คำแปลภาษาไทย
ผู้รายงานฮะดีษ: อะบู ดุญา นะฮ์
(ท่านนบีมุฮัมมัด) กล่าวว่า “โอ้ อะบู ดุญา นะฮ์ ท่านไม่มีความต้องการใด ๆ ณ ที่อัลลอฮ์ หรอกหรือ?” อะบู ดุญา นะฮ์ กล่าวว่า “มีสิ โอ้ท่านร่อ ซูลุลลอฮ์ และฉันไม่เคยปราศจากพระองค์แม้ชั่วพริบตาเดียว” (ท่านนบีมุฮัมมัด) จึงกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้น ทำไมท่านจึงไม่รอจนกว่าจะสิ้นสุดการละหมาดพร้อมกับพวกเรา และวิงวอนขอต่ออัลลอฮ์ในสิ่งที่ท่านต้องการ?” อะบู ดุญา นะฮ์ กล่าวว่า “สาเหตุนั้นก็คือ ฉันมีเพื่อนบ้านเป็นชาวยิว เขามีต้นอินทผลัมที่กิ่งก้านของมันยื่นเข้ามาในลานบ้านของฉัน เมื่อใดที่ลมพัดในเวลากลางคืน อินทผลัมสุกก็จะร่วงหล่นลงมาในบ้านฉัน ฉันจึงต้องรีบออกจากมัสยิดเพื่อเก็บอินทผลัมสุกเหล่านั้น และนำมันไปคืนเจ้าของก่อนที่ลูก ๆ ของฉันจะตื่นนอน แล้วพวกเขาก็กินมันทั้งที่พวกเขากำลังหิว และฉันขอสาบานต่อท่าน โอ้ท่านร่อ ซูลุลลอฮ์ ว่าฉันเคยเห็นลูกคนหนึ่งของฉันเคี้ยวอินทผลัมลูกหนึ่งจากอินทผลัมสุกเหล่านี้ ฉันจึงสอดนิ้วเข้าไปในลำคอของเขา และนำมันออกมาได้ก่อนที่เขาจะกลืนมันลงไป และเมื่อลูกของฉันร้องไห้ ฉันก็บอกเขาว่า “เจ้าไม่อายหรอกหรือที่จะต้องยืนอยู่ต่อหน้าอัลลอฮ์ในฐานะขโมย?” และเมื่ออะบู บักรฺ ได้ยินสิ่งที่อะบู ดุญา นะฮ์ กล่าว ก็ได้ไปยังชาวยิวคนนั้น และซื้อต้นอินทผลัมจากเขา แล้วมอบมันแก่อะบู ดุญา นะฮ์ และลูก ๆ ของเขา และเมื่อชาวยิวรู้ความจริงของเรื่องนี้ เขาก็รีบรวมลูก ๆ และครอบครัวของเขา และมุ่งหน้าไปหา (ท่านนบีมุฮัมมัด) โดยประกาศการเข้ารับอิสลามของพวกเขา
คำตัดสินโดยสรุป
เรื่องราวนี้ไม่มีที่มา และเป็นหนึ่งในเรื่องเล่าของพวกนักเทศน์