ว่าด้วยชิริก การตั้งภาดี

ชิริก การตั้งภาคี

    ชิริก หรือการตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺ เป็นเรื่องใหญ่ที่สุดที่มุสลิมต้องระวัง การยึดเหนึ่ยวกับภาคีเหล่านั้น อัลลอฮฺทรงเปรียบว่าเหมือนกับการยึดเอาใยแมงมุมเป็นที่กำบังคุ้มภัย ที่ไม่สามารถช่วยเหลือหรือป้องกันอะไรได้เลย กลับทำให้ชัยฏอนมารร้ายสามารถมีอำนาจเหนือพวกเขา กลายเป็นความมืดมนของชีวิต เป็นการหลงทางที่ไกลลิบ เป็นการมดเท็จอย่างที่สุด ชิริกทำให้คนเราพ้นสภาพจากการเป็นมุสลิม ทำลายกุศลผลบุญทั้งหมดที่เคยกระทำมา ถึงแม้บิดามารดาจะเป็นคนสั่งให้ทำก็ทำตามไม่ได้ ชิริกคือความสกปรก(นะญิส)ในใจผู้กระทำ อัลลอฮฺทรงประกาศการพ้นข้อผูกพันธ์ใดๆกับคนเหล่านี้ พวกเขาจะไม่มีวันพบกับความสงบที่แท้จริง การขออภัยโทษแก่พวกเหล่านี้เป็นที่ต้องห้ามถึงแม้จะเป็นบิดามารดาของตน อัลลอฮฺจะไม่ทรงอภัยให้แก่พวกเขา และในวันกิยามะฮฺพวกเขาจะถูกฟื้นขึ้นมาพร้อมกับภาคีเหล่านั้นเพื่อเป็นความอดสูแก่พวกเขา แล้วภาคีเหล่านั้นจะพากันปฏิเสธพันธะใดๆกับพวกเขา ในวันนั้นจะมีแต่ความโกลาหลพวกเขาจะโต้เถียง ทะเลาะ และสาบแช่งกันเองที่เป็นเหตุที่ทำให้พวกเขาหลงผิด และถูกจองจำในนรกชั่วกัลป์ ถูกทรมานอย่างแสนสาหัส จะเป็นก็ไม่เป็น จะตายก็ไม่ตาย และจะไม่มีหนทางเข้าสู่สวรรค์เลย นี้คือผลลัพท์อันน่ากลัวของการตั้งภาคี มนุษย์ทุกคนจึงมีหน้าที่ต้องขัดเกลาตัวเองให้พ้นจากชิริกต่างๆเหล่านี้นั่นเอง

إِنَّ اللّهَ لاَ يَغْفِرُ أَن يُشْرَكَ بِهِ وَيَغْفِرُ مَا دُونَ ذَلِكَ لِمَن يَشَاء وَمَن يُشْرِكْ بِاللّهِ فَقَدْ ضَلَّ ضَلاَلاً بَعِيدًا
แท้จริงอัลลอฮฺจะไม่ทรงอภัยโทษให้แก่การที่สิ่งหนึ่งจะถูกให้เป็นภาคีกับ พระองค์ แต่พระองค์จะทรงอภัยโทษให้ซึ่งสิ่งอื่นจากนั้น สำหรับผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และผู้ใดให้มีภาคี ขึ้นแก่อัลลอฮฺแล้ว แน่นอน เขาก็ได้หลงทางไปแล้วอย่างไกล


ชิริก แบ่งออกเป็นสองประเภทใหญ่ๆ
        1- ชิริกใหญ่ การตั้งภาคีเทียบเคียงอัลลอฮฺ ถือเป็นบาปใหญ่ที่สุด ชิริกประเภทนี้ทำให้เราหลุดพ้นสภาพจากการเป็นมุสลิม
        2- ชิริกเล็ก การจดจ่อ หรือคำนึงถึงผู้อื่นขณะทำอิบาดะฮฺ เป็นบาปใหญ่ มีเพียงการเตาบะฮฺเท่านั้นจึงจะลบล้างความผิดนี้ได้ (ตามทรรศนะที่ถูกต้อง)

 

ชิริกใหญ่

ชิริกใหญ่ในเรื่องความเชื่อ

        1- เชื่อว่ามีพระเจ้าหลายองค์

        2- เชื่อว่าอัลลอฮฺเป็นพระเจ้าองค์เดียว แต่มีสิ่งที่ทัดเทียมกับพระองค์ เช่นชาวคริสเตียนเชื่อว่ามีพระเจ้าองค์เดียว ขณะเดียวกันก็เชื่อว่าพระบิดาทรงเป็นพระเจ้า, พระเยซูทรงเป็นพระเจ้า และพระวิญญาณบริสุทธิ์ก็ทรงเป็นพระเจ้า คือมีพระเจ้าองค์เดียวในสามภาค

﴿لَقَدْ كَفَرَ الَّذِينَ قَالُوا إِنَّ اللَّهَ ثَالِثُ ثَلَاثَةٍ﴾
แท้จริงบรรดาผู้ที่กล่าวว่าอัลลอฮ์เป็นผู้ที่สามของสามองค์ นั้นได้ตกเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธาแล้ว

        รวมทั้งการเชื่อว่าอัลลอฮฺทรงมีบุตร หรือทรงมีคู่ครอง ดังเช่นที่ยิวเชื่อว่า อุซัยรฺ เป็นพระบุตรของอัลลอฮฺ และคริสเตียนเชื่อว่า นบีอีซา หรือพระเยซู เป็นพระบุตรของอัลลอฮฺ

        * บนต้นไม้สูงๆตามป่าตามดอย เราจะเห็นป้ายที่มีข้อความว่า พระเยซูช่วยด้วย พระเยซูทำให้รอดพ้น เหล่านี้ล้วนเป็นถ้อยคำชิริกทั้งสิ้น

        3- เชื่อว่าอัลลอฮฺทรงให้อำนาจแก่มักรูกใดมักรูกหนึ่ง ในการบริหารกิจการต่างๆในชั้นฟ้า และแผ่นดิน แทนพระองค์ หรือร่วมกับพระองค์ ให้สามารถดลบันดาลสิ่งต่างๆตามใจปรารถนาได้ เช่นเรื่องของเทพเจ้า หรือเทพยดาต่างๆเป็นต้น
        4- เชื่อว่ามีผู้มีอำนาจวิเศษอื่นๆ ที่สามารถดลบันดาลสิ่งต่างๆให้เกิดขึ้น สามารถบันดาลทั้งคุณและโทษ ให้ใครมีอันเป็นไปก็ได้ สามารถบันดาลปัจจัยยังชีพและความมีสิริมงคลในชีวิต สามารถปกปักษ์รักษา ปัดเป่าเพทภัย โดยวิถีทางอันลี้ลับไม่เป็นไปตามระเบียบธรรมชาติที่อัลลอฮฺสร้างสรร เช่น การเชื่อว่ามีผู้หนึ่งผู้ใดที่ตายแล้วหรือมีชีวิตอยู่ ว่าสามารถบันดาลลูกให้ได้ หรือเชื่อเรื่องเจ้าป่าเจ้าเขาดูแล ผีบ้านผีเรือนคุ้มครอง เป็นต้น
        5- ชิริก เรื่องความรัก คือการมอบความรักแก่สิ่งอื่นจากพระองค์ เป็นความรักที่สามารถทำให้เรายอมสิโรราบ เทิดทูน ปกป้อง และเคารพบูชาสิ่งนั้น ยอมทำเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่เป็นอิบาดะฮฺแก่สิ่งนั้นโดยสมัครใจ

وَمِنَ النَّاسِ مَن يَتَّخِذُ مِن دُونِ اللّهِ أَندَاداً يُحِبُّونَهُمْ كَحُبِّ اللّهِ وَالَّذِينَ آمَنُواْ أَشَدُّ حُبًّا لِّلّهِ
และในหมู่มนุษย์นั้น มีผู้ที่ยึดถือบรรดาภาคี อื่นจากอัลลอฮ์ ซึ่งพวกเขารักภาคีเหล่านั้นเช่นเดียวกับรักอัลลอฮ์ แต่บรรดาผู้ศรัทธานั้นเป็นผู้ที่รักอัลลอฮ์มากยิ่งกว่า

        6- การกลัวสิ่งอื่นจากอัลลอฮฺ ความกลัวในที่นี้คือความกลัวที่ทำให้เรายอมสิโรราบ เทิดทูน และเคารพบูชาสิ่งนั้น ยอมทำเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่เป็นอิบาดะฮฺแก่สิ่งนั้นโดยสมัครใจ เหมือนกับคนเข้าป่าแล้วกลัวเจ้าที่ จึงกราบไหว้บูชา และขอขมา มุสลิมเรานอกจากจะรักอัลลอฮฺแล้ว เรายังกลัวเกรงพระองค์ รวมถึงกลัวการลงโทษของพระองค์ มุสลิมเราจึงไม่กล้าฝ่าฝืนคำสั่งของพระองค์นั่นเอง ตัวอย่างที่เห็นชัดถึงชิริกในเรื่องนี้คือ บางคนกลัวญินจึงทำข้าวเหนียวเหลืองถวายเป็นประจำ
        7- ชิริกตะวักกัล การมอบหมายความสำเร็จของกิจการใดๆต่อผู้อื่นจากอัลลอฮฺ ตะวักกัลคือ การมอบหมายหรือฝากความสำเร็จของสิ่งใดๆกับอัลลอฮฺ หลังจากได้ทำทุกอย่างที่สามารถกระทำไปแล้ว
        8- ชิริกเรื่องความหวัง คือการหวังจากสิ่งอื่นจากอัลลอฮฺในสิ่งที่มัครูกไม่สามารถทำได้ เช่น หวังจากคนหนึ่งคนใดช่วยประทานลูกให้ หรือหวังให้เขารักษาโรคโดยพลังหรือความเก่งกาจของเขาเอง
        9- การยึดมั่นในเหตุปัจจัยว่าเป็นต้นตอที่แท้จริง
อัลลอฮฺเป็นผู้ทรงกำหนดกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ และพระองค์ทรงบริหารทุกอย่างให้ดำเนินไปตามกฎเกณฑ์เหล่านี้ แต่หากพระองค์ประสงค์ พระองค์ก็สามารถเปลี่ยนกฎเกณฑ์เหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย ดังที่อัลลอฮฺทรงทำให้ไฟที่ธรรมชาติของมันร้อนแรงและเผาผลาญ กลับกลายเป็นที่ร่มรื่นและเย็นสบายแก่นบีอิบรอฮีม ฉะนั้น หน้าที่ของมุสลิม คือทำตามเหตุแห่งผลต่างๆเหล่านี้ให้ครบถ้วนเท่าที่สามารถ และหมอบหมายความสำเร็จแก่พระองค์ ผู้ที่ไม่มอบหมายความสำเร็จแก่พระองค์ และเชื่อว่าหากทำทุกอย่างแล้วจะประสบความสำเร็จได้ โดยไม่ต้องมีการอนุมัติจากพระองค์ถือเป็นการชิริกในเรื่องนี้ ตัวอย่างเช่น เชื่อว่า ยาทำให้คนป่วยหายด้วยตัวของมันเอง หรือหมอทำให้ผู้ป่วยหายด้วยความสามารถของเขาเอง
        10- กล่าวอ้างว่าตน หรือผู้ใด มีญาณหยั่งรู้ถึงเรื่องเร้นลับทั้งหมด
เรื่องเร้นลับ สามารถแบ่งออกเป็นสองประเภท
              1- เร้นลับกับทุกคน คือ สิ่งที่ไม่สามารถล่วงรู้นอกจากทางวะฮียฺเท่านั้น ประเภทนี้มีเพียงบรรดานบีเท่านั้นที่อาจล่วงรู้ กระนั้นนบีเองก็รู้เรื่องพวกนี้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ชิริกหมายถึงข้อนี้

عَالِمُ الْغَيْبِ فَلَا يُظْهِرُ عَلَى غَيْبِهِ أَحَدًا   إِلَّا مَنِ ارْتَضَى مِن رَّسُولٍ
พระผู้ทรงรอบรู้สิ่งเร้นลับ ดังนั้นพระองค์จะไม่ทรงเปิดเผยสิ่งเร้นลับของพระองค์แก่ผู้ใด นอกจากผู้ที่พระองค์ทรงยินดีเช่นร่อซูล

              2- เร้นลับกับบางคน คือ สิ่งที่คนบางคนรู้ แต่บางคนไม่รู้
    เช่นสิ่งที่เราเคยทำขณะอยู่คนเดียว ย่อมไม่มีใครรู้ แต่ญินที่อยู่กับเรารู้เรื่องราวทั้งหมด และสามารถนำไปบอกต่อกับญินของพวกนักพยากรณ์ หมอผี หรือหมอดูต่างๆ ทำให้พวกนี้สามารถบอกถึงเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นกับเราได้อย่างแม่นยำ ฉะนั้นการที่พวกนี้รู้เรื่องในอดีตของเราจึงไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด
    อีกตัวอย่างคือ เมื่ออัลลอฮฺทรงสั่งการสิ่งใด คำสั่งจะถูกถ่ายทอดลงมาถึงชาวฟ้า พวกญินจึงชอบไปแอบดักฟัง แล้วนำมาบอกต่อกับพวกนักพยากรณ์ หรือหมอดู โดยกุเรื่องเท็จไปอีกร้อยเรื่อง จะสังเกตุว่า พวกนี้นานๆจะมีเรื่องถูกสักเรื่องหนึ่ง แต่พอเรื่องใดถูกก็มักนำเรื่องนั้นไปขยายผลให้ตัวเองต่อไป

ชิริกใหญ่ในเรื่องการปฏิบัติ

        1- การกราบไหว้ บูชาเจว็ด รูปปั้น รูปภาพ บุคคล หรือสิ่งใดๆนอกเหนือจากอัลลอฮฺ รวมถึง คนที่ทำละหมาด จ่ายซะกาต ถือศีลอด ทำฮัจย์ หรืออิบาดะฮฺใดๆ เพื่อบูชาให้สิ่งอื่นจากอัลลอฮฺ

        2- การขอพร จากผู้อื่นนอกจากอัลลอฮฺ เช่น จากนบี มลาอิกะฮฺ ญิน คนตาย รูปเจว็ด รูปปั้น รูปภาพ หรือสิ่งประหลาดต่างๆ เช่นเต่าสองหัว วัวห้าขา เป็นต้น
        3- การขอความช่วยเหลือ ขอความคุ้มครอง หรือขอให้พ้นภัยต่อผู้อื่นจากอัลลอฮฺ ในที่นี่หมายถึงขอในสิ่งที่เกินขอบเขตของคนผู้นั้น หรือสิ่งนั้นจะกระทำให้ได้

أَمَّن يُجِيبُ الْمُضْطَرَّ إِذَا دَعَاهُ وَيَكْشِفُ السُّوءَ وَيَجْعَلُكُمْ خُلَفَاء الْأَرْضِ أَإِلَهٌ مَّعَ اللَّهِ قَلِيلًا مَّا تَذَكَّرُونَ
หรือผู้ใดเล่าจะตอบรับผู้ร้องทุกข์ เมื่อเขาวิงวอนขอต่อพระองค์ และทรงปลดเปลื้องความชั่วร้ายนั้น และทรงทำให้พวกเจ้า เป็นผู้ปกครองแผ่นดิน จะมีพระเจ้าอื่นคู่เคียงกับอัลลอฮ์อีกหรือ ? ส่วนน้อยเท่านั้นที่พวกเจ้าจะใคร่ครวญ

           การขอที่อนุญาตเช่น ช่วยยกของหน่อย ช่วยด้วยโจรปล้น เป็นต้น
           ส่วนที่ไม่อนุญาตเช่น กล่าวที่หลุมศพนบีว่า "โอ้ท่านรอซูลุ้ลลอฮฺ โปรดคุ้มครองคนในครอบครัวฉันด้วย หรือ โอ้ท่านรอซูลุ้ลลอฮฺโปรดให้ชาฟาอะฮฺฉันในวันกิยามะฮฺด้วยเถิด" ที่ถูกต้องให้ขอต่ออัลลอฮฺโดยกล่าวว่า "โอ้อัลลอฮฺ โปรดประทานชะฟาอะฮฺของท่านนบีมุฮัมมัดแก่ฉันด้วยเถิด"
        4- การสุญูด หรือกราบแก่สิ่งอื่นจากอัลลอฮฺ เช่น รูปเจว็ด รูปปั้น รูปภาพ ดวงดาว พ่อแม่ ครูบาอาจารย์ กษัตริย์ คนตาย เป็นต้น
        5- การเชือดถวายต่อสิ่งอื่นจากอัลลอฮฺ การเซ่นไหว้ การบวงสรวง การบูชายันต์
        6- การบนบานต่อสิ่งอื่นจากอัลลอฮฺ

        7- คนที่แสร้งทำอิบาดะฮฺเพื่อผลประโยชน์ทางดุนยาเท่านั้น เช่นคนที่ทำละหมาด หรือทำกุรบานเพื่อเป็นการโอ้อวดโดยไม่คิดทำเพื่ออัลลอฮฺเลยแม้แต่น้อย

ชิริกใหญ่ในเรื่องการใช้กฎหมาย และการปฏิบัติตามผู้นำ

        1- เชื่อว่ามีธรรมนูญหรือกฎหมายใดดีกว่า หรือเท่าเทียมกฎหมายของอัลลอฮฺ
        2- เชื่อว่าอนุญาตให้ใช้กฎหมายอื่นแทนกฎหมายของอัลลอฮฺ
        3- วาง หรือออกกฎหมายที่ขัดแย้งกับอัลกุรอาน หรือฮาดีษของท่านร่อซูลุ้ลลอฮฺ
        4- ผู้ที่ปฏิบัติตามกฎหมายใดๆที่ขัดกับกฎหมายของอัลลอฮฺด้วยความพึงพอใจ เช่น ทั้งๆที่รู้ว่าผู้นำหรือผู้รู้ใช้ให้ทำในสิ่งที่ขัดกับคำสั่งของอัลลอฮฺหรือรอซูลุ้ลลอฮฺอย่างชัดเจนแต่ก็ยังเต็มใจทำตาม
        5- ผู้ที่เรียกร้องไม่ให้ใช้กฎหมายของอัลลอฮฺ ไม่ว่าจะทั้งหมด หรือเพียงข้อเดียวก็ตาม หรือผู้ที่ไม่พอใจกฎหมายใดๆของพระองค์ เช่น ผู้ที่ไม่พอใจกฎหมายการประหารด้วยการขว้างจนตาย หรือสตรีที่ไม่พอใจกฎหมายอนุญาตให้ชายที่มีความพร้อมแต่งงานได้มากกว่าหนึ่งคน เป็นต้น



        *บางประการที่มุสลิมต้องไม่ข้องแวะ เช่น หมอดู นักพยากรณ์ โหราศาสตร์ หมอผี เจ้าทรง เจ้าพ่อ เจ้าแม่ เกจิ ผู้มีอาคม ทำนายโชคชะตา สะเดาะเคราะห์ ลอดท้องช้าง เคาะระฆัง การเจิม ดูฮวงจุ้ย ดูลายมือ ดูดาว อ่านคอลัมน์ดูดวงประจำราศี ถือฤกษ์ถือยาม เชื่อจิ้งจกร้องทัก แขวนอายะห์กุรซีย์หรืออายะห์ใดๆเพื่อช่วยคุ้มภัย เป็นต้น คำพูดบางคำที่อันตราย เช่น ดวงไม่ดี กรรมจริงๆ เวรกรรม หมดเวรหมดกรรม เคราะห์ซ้ำกรรมซัด ซวย ไม่เชื่อแต่อย่าลบหลู่ เป็นต้น

ชิริกเล็ก

ประเภทที่ 1 ชิริกจากคำพูด

        1- การสาบานต่อสิ่งอื่นจากอัลลอฮฺ เช่น ขอสาบานด้วยเกียรติของลูกผู้ชาย ขอสาบานด้วยศักดิ์ศรีการเป็นมุสลิม เป็นต้น มุสลิมเราเมื่อสาบาน ก็สาบานด้วยนามของอัลลอฮฺเท่านั้น

        2- คำพูดที่มีนัยถึงความเท่าเทียมระหว่างอัลลอฮฺกับมัครูก เช่นพูดว่า เพราะการช่วยเหลืออัลลอฮฺและท่านจึงทำให้เรื่องนี้ประสบความสำเร็จลงได้ หรือต้องขอขอบคุณอัลลอฮฺและขอบคุณท่าน แต่ที่อนุญาตให้พูดคือ เพราะการช่วยเหลือของอัลลอฮฺ ถัดมา เพราะการช่วยเหลือของท่านจึงทำให้เรื่องนี้ประสบความสำเร็จลงได้ หรือต้องขอขอบคุณอัลลอฮฺ ถัดมา ก็ขอขอบคุณท่าน
        3- คำพูดที่ยกยอนบี หรือคนอื่นๆจนเกินขอบเขต เช่นกล่าวว่า ท่านนบีถูกสร้างจากแสงรัศมีและจากนูรของท่านถูกนำไปสร้างมลาอิกะฮฺชั้นฟ้าและดวงดาว หรือกล่าวว่าคนนั้นคนนี้สามารถรู้ถึงเหตุการณ์ในอนาคต หรือคนๆนั้นเป็นวะลียฺชั้นสูงมีอภินิหาริย์มากมายเหาะเหินเดินอากาศได้


ประเภทที่ 2 การโอ้อวด บางทีจะเรียกว่า ชิริกคอฟียฺ

        1- ริยาอฺ ผู้ที่ทำดีเพื่อให้ผู้อื่นเห็นและชื่นชม เช่นขณะละหมาด พอรู้สึกว่าคนกำลังมอง ก็ทำละหมาดอย่างสวยงาม อ่านช้าๆ สุญูดนานๆ เพื่อให้คนนั้นเห็นและชื่นชมว่าเป็นคนดีคนเคร่ง

        2- ซุมอฺะฮฺ ผู้ที่ทำดีทางวาจาเพื่อให้ผู้อื่นได้ยินและชื่นชม เช่น กำลังอ่านกุรอานด้วยเสียงธรรมดา พอเห็นคนเข้ามาใกล้ก็อ่านเสียงไพเราะ เพื่อให้คนนั้นได้ยินและชื่นชมว่าอ่านเก่งอ่านไพเราะ หรือผู้รู้ที่เผยแพร่ศาสนาเพื่อหวังให้ผู้อื่นชื่นชมว่ารู้มากพูดเก่ง เป็นต้น


เรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับชิริกเล็ก

        1- การแขวน ผูก หรือห้อยสิ่งใดๆ โดยเชื่อว่าอัลลอฮฺทรงกำหนดให้มันเป็นสาเหตุหนึ่ง ที่หากนำมาแขวน ผูก หรือห้อยแล้วจะสามารถขจัดป้องกันเพทภัย หรืออันตรายใดๆไม่ให้มาประสบถือเป็นชิริกเล็ก แต่หากเชื่อว่าอัลลอฮฺทรงให้อำนาจมัน หรือเชื่อว่ามันสามารถปัดเป่าเพทภัยได้ด้วยตัวมันเองถือเป็นชิริกใหญ่ ฉะนั้นกระทั้งการห้อยอายะห์กุรซียฺที่กระจกหน้ารถยนต์เพื่อความสวยงามก็เป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อเป็นการป้องกันชิริก

        2- การเชื่อโชคร้าย ลางร้าย จากสิ่งที่เห็นหรือได้ยิน เช่น เห็นนกแสกบินมาเกาะ หรือจิ้งจกร้องทัก แล้วเชื่อว่าเป็นลางร้าย


นบีสอนให้เราขอดุอาอฺให้พ้นจากชิริกเล็กดังนี้


عن أبي موسى قال: خطبنا رسول الله صلى الله عليه وسلم ذات يوم فقال: "يا أيها الناس اتقوا هذا الشرك، فإنه أخفى من دبيب النمل، فقال له من شاء الله أن يقول: وكيف نتقيه وهو أخفى من دبيب النمل يا رسول الله. قال: قولوا:
" اَللَّهُمَّ إِنَّا نَعُوْذُ بِكَ أَنْ نُشْرِكَ بِكَ شَيْئاً نَعْلَمُهُ، وَنَسْتَغْفِرُكَ لِمَا لاَ نَعْلَمُهُ "
ท่านอบูมูซาได้กล่าวว่า วันหนึ่งท่านศาสดาได้แสดงธรรมแก่เรา ท่านได้กล่าวว่า "ผู้คนทั้งหลาย พวกท่านจงระวังชิริกนี้เถิด เพราะแท้จริงมันแฝงเร้นยิ่งว่ามดคลานเสียอีก" ได้มีผู้หนึ่งที่อัลลอฮฺทรงประสงค์ให้เขาพูด กล่าวแก่ท่านว่า "แล้วเราจะป้องกันตัวให้พ้นจากมันได้อย่างไร ในเมื่อมันแฝงเร้นยิ่งว่ามดคลานเสียอีก โอ้ ท่านร่อซูลุ้ลลอฮฺ" ท่านก็กล่าวว่า "พวกท่านจงกล่าวเถิดว่า โอ้อัลลอฮฺ โปรดทรงคุ้มครองเรา ให้พ้นจากการตั้งภาดีใดๆที่เรารู้ต่อพระองค์ และเราขอพระองค์ทรงอภัยในสิ่งที่เรารู้เท่าไม่ถึงด้วยเถิด"