ข้ามไปยังเนื้อหา
สารบัญอัลกุรอาน ค้นอายะฮ์ตามหมวดหมู่
หัวข้อที่ 489
النصارى

คริสเตียน

Christians · 26 อายะฮ์ จาก 7 ซูเราะฮ์

กระจายอยู่ใน 7 ซูเราะฮ์

กดแท่งเพื่อดูเฉพาะซูเราะฮ์นั้น

ซูเราะฮ์ที่ 2 الْبَقَرَة البقرة

إِنَّ ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ وَٱلَّذِينَ هَادُواْ وَٱلنَّصَٰرَىٰ وَٱلصَّٰبِ‍ِٔينَ مَنۡ ءَامَنَ بِٱللَّهِ وَٱلۡيَوۡمِ ٱلۡأٓخِرِ وَعَمِلَ صَٰلِحٗا فَلَهُمۡ أَجۡرُهُمۡ عِندَ رَبِّهِمۡ وَلَا خَوۡفٌ عَلَيۡهِمۡ وَلَا هُمۡ يَحۡزَنُونَ
บรรดาผู้ศรัทธา บรรดาผู้ที่เป็นยิว ชาวคริสต์ และชาวศอบิอ์ (* ชาวมันดาอี ผู้ปฏิบัติตามคำสอนของนบียะห์ยา) นั้น ผู้ใดศรัทธาในอัลลอฮ์และวันสุดท้าย และทำความดี พวกเขาจะได้รับรางวัลของพวกเขา ณ ที่พระผู้อภิบาลของพวกเขา และไม่มีความกลัวใดแก่พวกเขา และพวกเขาจะไม่เสียใจ
وَقَالُواْ لَن يَدۡخُلَ ٱلۡجَنَّةَ إِلَّا مَن كَانَ هُودًا أَوۡ نَصَٰرَىٰۗ تِلۡكَ أَمَانِيُّهُمۡۗ قُلۡ هَاتُواْ بُرۡهَٰنَكُمۡ إِن كُنتُمۡ صَٰدِقِينَ
และพวกเขา (ชาวคัมภีร์) กล่าวว่า จะไม่มีผู้ใดได้เข้าสวรรค์นอกจากผู้ที่เป็นยิว และคริสต์เท่านั้น นั่นเป็นความเพ้อฝันของพวกเขา (มุฮัมมัด) จงกล่าวว่า พวกท่านจงนำหลักฐานชี้ขาดของพวกท่านมา ถ้าพวกท่านเป็นผู้สัตย์จริง
وَقَالَتِ ٱلۡيَهُودُ لَيۡسَتِ ٱلنَّصَٰرَىٰ عَلَىٰ شَيۡءٖ وَقَالَتِ ٱلنَّصَٰرَىٰ لَيۡسَتِ ٱلۡيَهُودُ عَلَىٰ شَيۡءٖ وَهُمۡ يَتۡلُونَ ٱلۡكِتَٰبَۗ كَذَٰلِكَ قَالَ ٱلَّذِينَ لَا يَعۡلَمُونَ مِثۡلَ قَوۡلِهِمۡۚ فَٱللَّهُ يَحۡكُمُ بَيۡنَهُمۡ يَوۡمَ ٱلۡقِيَٰمَةِ فِيمَا كَانُواْ فِيهِ يَخۡتَلِفُونَ
และชาวยิวกล่าวว่า ชาวคริสต์ไม่ได้อยู่บน (สัจธรรม) อันใด และชาวคริสต์กล่าวว่า ชาวยิวไม่ได้อยู่บน (สัจธรรม) อันใด ทั้ง ๆ ที่พวกเขาต่างอ่านคัมภีร์ เช่นนั้นเอง บรรดาผู้ที่ไม่รู้จะกล่าวอย่างเดียวกันกับคำพูดของพวกเขา ดังนั้นอัลลอฮ์จะทรงชี้ขาดระหว่างพวกเขาในสิ่งที่พวกเขาขัดแย้งกันในวันแห่งการยืนเข้าเฝ้า
وَقَالُواْ ٱتَّخَذَ ٱللَّهُ وَلَدٗاۗ سُبۡحَٰنَهُۥۖ بَل لَّهُۥ مَا فِي ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَٱلۡأَرۡضِۖ كُلّٞ لَّهُۥ قَٰنِتُونَ
และพวกเขากล่าวว่า อัลลอฮ์ทรงตั้งพระบุตรองค์หนึ่ง มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่พระองค์ ทว่า สิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินเป็นของพระองค์ ทั้งหมดล้วนเป็นผู้ภักดีต่อพระองค์
وَلَن تَرۡضَىٰ عَنكَ ٱلۡيَهُودُ وَلَا ٱلنَّصَٰرَىٰ حَتَّىٰ تَتَّبِعَ مِلَّتَهُمۡۗ قُلۡ إِنَّ هُدَى ٱللَّهِ هُوَ ٱلۡهُدَىٰۗ وَلَئِنِ ٱتَّبَعۡتَ أَهۡوَآءَهُم بَعۡدَ ٱلَّذِي جَآءَكَ مِنَ ٱلۡعِلۡمِ مَا لَكَ مِنَ ٱللَّهِ مِن وَلِيّٖ وَلَا نَصِيرٍ
และทั้งชาวยิวและชาวคริสต์จะไม่พอใจเจ้าเลย จนกว่าเจ้าจะปฏิบัติตามแนวทางของพวกเขา (มุฮัมมัด) จงกล่าวว่า การนำทางของอัลลอฮ์นั้นต่างหากคือการนำทาง (ที่แท้จริง) และถ้าเจ้าปฏิบัติตามอารมณ์ของพวกเขาหลังจากที่ความรู้มีมายังเจ้าแล้ว เจ้าจะไม่มีผู้ปกครองใดและไม่มีผู้ช่วยเหลือใด (ช่วยเจ้าให้รอดพ้น) จาก (การลงโทษของ) อัลลอฮ์ได้
وَقَالُواْ كُونُواْ هُودًا أَوۡ نَصَٰرَىٰ تَهۡتَدُواْۗ قُلۡ بَلۡ مِلَّةَ إِبۡرَٰهِ‍ۧمَ حَنِيفٗاۖ وَمَا كَانَ مِنَ ٱلۡمُشۡرِكِينَ
และพวกเขากล่าวว่า จงเป็นยิวหรือเป็นคริสต์เถิด พวกท่านก็จะได้รับการนำทาง จงกล่าว ทว่า (จงปฏิบัติตาม) ครรลองของอิบรอฮีมผู้ตั้งมั่นในสัจธรรม (ต่างหาก) และเขาไม่เคยอยู่ในหมู่ผู้ตั้งภาคีเลย
أَمۡ تَقُولُونَ إِنَّ إِبۡرَٰهِ‍ۧمَ وَإِسۡمَٰعِيلَ وَإِسۡحَٰقَ وَيَعۡقُوبَ وَٱلۡأَسۡبَاطَ كَانُواْ هُودًا أَوۡ نَصَٰرَىٰۗ قُلۡ ءَأَنتُمۡ أَعۡلَمُ أَمِ ٱللَّهُۗ وَمَنۡ أَظۡلَمُ مِمَّن كَتَمَ شَهَٰدَةً عِندَهُۥ مِنَ ٱللَّهِۗ وَمَا ٱللَّهُ بِغَٰفِلٍ عَمَّا تَعۡمَلُونَ
หรือว่าพวกท่านกล่าวว่า อิบรอฮีม อิสมาอีล อิสฮาก ยะอฺกูบ และบรรดาวงศ์วาน (บรรดาผู้เผยวจนะที่เป็นลูกหลานของยะอฺกูบ) นั้น พวกเขาเป็นยิว หรือเป็นคริสต์หรือ? จงกล่าว พวกท่านหรือว่าอัลลอฮ์ที่รู้ดีกว่า? และผู้ใดเล่าอธรรมยิ่งไปกว่าผู้ปกปิดหลักฐานยืนยันที่มาจากอัลลอฮ์ที่มีอยู่ ณ ที่เขา และอัลลอฮ์ไม่เป็นผู้เพิกเฉยในสิ่งที่พวกท่านกระทำ

ซูเราะฮ์ที่ 3 آلِ عِمْرَان آل عمران

إِذۡ قَالَ ٱللَّهُ يَٰعِيسَىٰٓ إِنِّي مُتَوَفِّيكَ وَرَافِعُكَ إِلَيَّ وَمُطَهِّرُكَ مِنَ ٱلَّذِينَ كَفَرُواْ وَجَاعِلُ ٱلَّذِينَ ٱتَّبَعُوكَ فَوۡقَ ٱلَّذِينَ كَفَرُوٓاْ إِلَىٰ يَوۡمِ ٱلۡقِيَٰمَةِۖ ثُمَّ إِلَيَّ مَرۡجِعُكُمۡ فَأَحۡكُمُ بَيۡنَكُمۡ فِيمَا كُنتُمۡ فِيهِ تَخۡتَلِفُونَ
ครั้นเมื่ออัลลอฮ์ตรัสว่า อีซาเอ๋ย ฉันนั้นจะเป็นผู้รับตัวเจ้าไป และยกเจ้ามาสู่ฉัน และชำระเจ้าให้พ้นจากบรรดาผู้ปฏิเสธ และเป็นผู้ทำให้บรรดาผู้ปฏิบัติตามเจ้าอยู่เหนือกว่าบรรดาผู้ปฏิเสธจนถึงวันแห่งการยืนเข้าเฝ้า จากนั้นยังฉันคือ (จุดหมายแห่ง) การกลับของพวกเจ้า แล้วฉันจะตัดสินระหว่างพวกเจ้าในสิ่งที่พวกเจ้าเคยขัดแย้งกัน
مَا كَانَ إِبۡرَٰهِيمُ يَهُودِيّٗا وَلَا نَصۡرَانِيّٗا وَلَٰكِن كَانَ حَنِيفٗا مُّسۡلِمٗا وَمَا كَانَ مِنَ ٱلۡمُشۡرِكِينَ
อิบรอฮีมไม่เคยเป็นยิวหรือเป็นคริสต์ แต่เขาเป็นผู้ตั้งมั่นในสัจธรรม เป็นผู้นอบน้อม และเขาไม่เคยอยู่ในหมู่ผู้ตั้งภาคี

ซูเราะฮ์ที่ 4 النِّسَاء النساء

يَٰٓأَهۡلَ ٱلۡكِتَٰبِ لَا تَغۡلُواْ فِي دِينِكُمۡ وَلَا تَقُولُواْ عَلَى ٱللَّهِ إِلَّا ٱلۡحَقَّۚ إِنَّمَا ٱلۡمَسِيحُ عِيسَى ٱبۡنُ مَرۡيَمَ رَسُولُ ٱللَّهِ وَكَلِمَتُهُۥٓ أَلۡقَىٰهَآ إِلَىٰ مَرۡيَمَ وَرُوحٞ مِّنۡهُۖ فَ‍َٔامِنُواْ بِٱللَّهِ وَرُسُلِهِۦۖ وَلَا تَقُولُواْ ثَلَٰثَةٌۚ ٱنتَهُواْ خَيۡرٗا لَّكُمۡۚ إِنَّمَا ٱللَّهُ إِلَٰهٞ وَٰحِدٞۖ سُبۡحَٰنَهُۥٓ أَن يَكُونَ لَهُۥ وَلَدٞۘ لَّهُۥ مَا فِي ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَمَا فِي ٱلۡأَرۡضِۗ وَكَفَىٰ بِٱللَّهِ وَكِيلٗا
โอ้ ชาวคัมภีร์ทั้งหลาย อย่าเกินเลยในศาสนาของพวกเจ้า และอย่ากล่าว (สิ่งใด) เกี่ยวกับอัลลอฮ์ เว้นแต่ความจริง อัล-มะซีห์ (ผู้ลูบรักษา) อีซาบุตรแห่งมัรยัมนั้น เป็นเพียงศาสนทูตของอัลลอฮ์ และเป็นถ้อยคำ (จงเป็น) ของพระองค์ ที่พระองค์ตรัสแก่มัรยัม และเป็นวิญญาณหนึ่งจากพระองค์ ดังนั้นจงศรัทธาในอัลลอฮ์ และศาสนทูตทั้งหลายของพระองค์เถิด และจงอย่ากล่าวว่า สาม(*อีซาเป็นหนึ่งในสาม หรือตรีเอกานุภาพ) จงเลิกมันเสีย เป็นการดีกว่าสำหรับพวกเจ้า อัลลอฮ์เป็นพระเจ้าเพียงองค์เดียวเท่านั้น มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่พระองค์เกินกว่าที่พระองค์จะมีพระบุตร สิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลายและสิ่งที่อยู่ในแผ่นดินเป็นของพระองค์เท่านั้น และเพียงพอแล้วที่อัลลอฮ์เป็นผู้ทรงรับการมอบหมาย

ซูเราะฮ์ที่ 5 الْمَائِدَة المائدة

وَمِنَ ٱلَّذِينَ قَالُوٓاْ إِنَّا نَصَٰرَىٰٓ أَخَذۡنَا مِيثَٰقَهُمۡ فَنَسُواْ حَظّٗا مِّمَّا ذُكِّرُواْ بِهِۦ فَأَغۡرَيۡنَا بَيۡنَهُمُ ٱلۡعَدَاوَةَ وَٱلۡبَغۡضَآءَ إِلَىٰ يَوۡمِ ٱلۡقِيَٰمَةِۚ وَسَوۡفَ يُنَبِّئُهُمُ ٱللَّهُ بِمَا كَانُواْ يَصۡنَعُونَ
และในหมู่บรรดาผู้ที่กล่าวว่า เรานั้นเป็นคริสต์ เราได้เอาพันธสัญญาจากพวกเขา แล้วพวกเขาได้ลืมส่วนหนึ่งจากที่พวกเขาถูกเตือน เราจึงโปรยการเป็นศัตรูและการเกลียดชังกันในระหว่างพวกเขาจนถึงวันแห่งการยืนเข้าเฝ้า และในไม่ช้าพระองค์จะทรงบอกพวกเขาในสิ่งที่พวกเขาได้เคยกระทำไว้
يَٰٓأَهۡلَ ٱلۡكِتَٰبِ قَدۡ جَآءَكُمۡ رَسُولُنَا يُبَيِّنُ لَكُمۡ كَثِيرٗا مِّمَّا كُنتُمۡ تُخۡفُونَ مِنَ ٱلۡكِتَٰبِ وَيَعۡفُواْ عَن كَثِيرٖۚ قَدۡ جَآءَكُم مِّنَ ٱللَّهِ نُورٞ وَكِتَٰبٞ مُّبِينٞ
โอ้ ชาวคัมภีร์ทั้งหลาย แน่แท้ได้มีศาสนทูตของเรามายังพวกเจ้าแล้ว เขาอธิบายในหลายสิ่งที่พวกเจ้าเคยปกปิดเอาไว้จากคัมภีร์ และปล่อยวางอีกหลายสิ่ง แน่แท้ได้มีแสงสว่าง และคัมภีร์อันชัดแจ้งจากอัลลอฮ์มายังพวกเจ้าแล้ว
لَّقَدۡ كَفَرَ ٱلَّذِينَ قَالُوٓاْ إِنَّ ٱللَّهَ هُوَ ٱلۡمَسِيحُ ٱبۡنُ مَرۡيَمَۚ قُلۡ فَمَن يَمۡلِكُ مِنَ ٱللَّهِ شَيۡ‍ًٔا إِنۡ أَرَادَ أَن يُهۡلِكَ ٱلۡمَسِيحَ ٱبۡنَ مَرۡيَمَ وَأُمَّهُۥ وَمَن فِي ٱلۡأَرۡضِ جَمِيعٗاۗ وَلِلَّهِ مُلۡكُ ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَٱلۡأَرۡضِ وَمَا بَيۡنَهُمَاۚ يَخۡلُقُ مَا يَشَآءُۚ وَٱللَّهُ عَلَىٰ كُلِّ شَيۡءٖ قَدِيرٞ
แน่แท้ บรรดาผู้ที่กล่าวว่า อัลลอฮ์นั้น คือ อัล-มะซีห์ (*ผู้ลูบรักษา) บุตรแห่งมัรยัม ได้ปฏิเสธ (*หมายถึงกลายเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธาแล้ว) แล้ว จงกล่าวว่า แล้วผู้ใดเล่าจะมีสิทธิ์ใด (ขัดขวาง) จากอัลลอฮ์ได้ ถ้าพระองค์ทรงประสงค์จะทำลาย อัล-มะซีห์ บุตรของมัรยัมและแม่ของเขา และผู้ที่อยู่ในแผ่นดินทั้งหมด และกรรมสิทธิ์แห่งชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินและสิ่งที่อยู่ระหว่างนั้นเป็นของอัลลอฮ์เท่านั้น พระองค์ทรงสร้างตามที่ทรงประสงค์ และอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงปรีชาญาณเหนือทุกสิ่ง
وَقَالَتِ ٱلۡيَهُودُ وَٱلنَّصَٰرَىٰ نَحۡنُ أَبۡنَٰٓؤُاْ ٱللَّهِ وَأَحِبَّٰٓؤُهُۥۚ قُلۡ فَلِمَ يُعَذِّبُكُم بِذُنُوبِكُمۖ بَلۡ أَنتُم بَشَرٞ مِّمَّنۡ خَلَقَۚ يَغۡفِرُ لِمَن يَشَآءُ وَيُعَذِّبُ مَن يَشَآءُۚ وَلِلَّهِ مُلۡكُ ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَٱلۡأَرۡضِ وَمَا بَيۡنَهُمَاۖ وَإِلَيۡهِ ٱلۡمَصِيرُ
และชาวยิวและชาวคริสต์กล่าวว่า พวกเราเป็นลูกของอัลลอฮ์ และเป็นที่รักของพระองค์ จงกล่าวว่า แล้วไฉนพระองค์จึงลงโทษพวกเจ้าเพราะความผิดของพวกเจ้า ทว่าพวกเจ้าเป็นปุถุชน (ธรรมดา) จากผู้ที่พระองค์ทรงสร้าง พระองค์ทรงอภัยให้แก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และพระองค์ทรงลงโทษผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และกรรมสิทธิ์แห่งชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินและสิ่งที่อยู่ในระหว่างนั้นเป็นของอัลลอฮ์เท่านั้น และยังพระองค์คือจุดหมายปลายทาง (ของทุกสรรพสิ่ง)
يَٰٓأَهۡلَ ٱلۡكِتَٰبِ قَدۡ جَآءَكُمۡ رَسُولُنَا يُبَيِّنُ لَكُمۡ عَلَىٰ فَتۡرَةٖ مِّنَ ٱلرُّسُلِ أَن تَقُولُواْ مَا جَآءَنَا مِنۢ بَشِيرٖ وَلَا نَذِيرٖۖ فَقَدۡ جَآءَكُم بَشِيرٞ وَنَذِيرٞۗ وَٱللَّهُ عَلَىٰ كُلِّ شَيۡءٖ قَدِيرٞ
โอ้ ชาวคัมภีร์ทั้งหลาย แน่แท้ได้มีศาสนทูตของเรามายังพวกเจ้าแล้ว เขาอธิบายแก่พวกเจ้า ในช่วงว่างเว้นจากบรรดาศาสนทูต มิให้พวกเจ้ากล่าวว่า ไม่ได้มีผู้แจ้งข่าวดี หรือผู้เตือนมายังพวกเราเลย แน่แท้ได้มีผู้แจ้งข่าวดีและผู้เตือนมายังพวกเจ้าแล้ว และอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงปรีชาสามารถเหนือทุกสิ่ง
وَلۡيَحۡكُمۡ أَهۡلُ ٱلۡإِنجِيلِ بِمَآ أَنزَلَ ٱللَّهُ فِيهِۚ وَمَن لَّمۡ يَحۡكُم بِمَآ أَنزَلَ ٱللَّهُ فَأُوْلَٰٓئِكَ هُمُ ٱلۡفَٰسِقُونَ
และชาวอินญีลจงตัดสินด้วยสิ่งที่อัลลอฮ์ประทานลงมาเถิด และผู้ใดไม่ตัดสินด้วยสิ่งที่อัลลอฮ์ประทานลงมา ชนเหล่านั้นนั่นเองเป็นผู้ฝ่าฝืน
۞يَٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ لَا تَتَّخِذُواْ ٱلۡيَهُودَ وَٱلنَّصَٰرَىٰٓ أَوۡلِيَآءَۘ بَعۡضُهُمۡ أَوۡلِيَآءُ بَعۡضٖۚ وَمَن يَتَوَلَّهُم مِّنكُمۡ فَإِنَّهُۥ مِنۡهُمۡۗ إِنَّ ٱللَّهَ لَا يَهۡدِي ٱلۡقَوۡمَ ٱلظَّٰلِمِينَ
โอ้ ผู้ศรัทธาทั้งหลาย จงอย่าคบบรรดายิวและบรรดาคริสต์เป็นมิตรแท้ พวกเขาบางคนเป็นมิตรแท้กับอีกบางคน และผู้ใดคบพวกเขาเป็นมิตรแท้ในหมู่พวกเจ้า เขานั้นเป็นหนึ่งในพวกเขา อัลลอฮ์นั้นไม่ทรงนำทางหมู่ชนผู้ละเมิด
وَقَالَتِ ٱلۡيَهُودُ يَدُ ٱللَّهِ مَغۡلُولَةٌۚ غُلَّتۡ أَيۡدِيهِمۡ وَلُعِنُواْ بِمَا قَالُواْۘ بَلۡ يَدَاهُ مَبۡسُوطَتَانِ يُنفِقُ كَيۡفَ يَشَآءُۚ وَلَيَزِيدَنَّ كَثِيرٗا مِّنۡهُم مَّآ أُنزِلَ إِلَيۡكَ مِن رَّبِّكَ طُغۡيَٰنٗا وَكُفۡرٗاۚ وَأَلۡقَيۡنَا بَيۡنَهُمُ ٱلۡعَدَٰوَةَ وَٱلۡبَغۡضَآءَ إِلَىٰ يَوۡمِ ٱلۡقِيَٰمَةِۚ كُلَّمَآ أَوۡقَدُواْ نَارٗا لِّلۡحَرۡبِ أَطۡفَأَهَا ٱللَّهُۚ وَيَسۡعَوۡنَ فِي ٱلۡأَرۡضِ فَسَادٗاۚ وَٱللَّهُ لَا يُحِبُّ ٱلۡمُفۡسِدِينَ
และชาวยิวกล่าวว่า มือของอัลลอฮ์ถูกล่ามไว้ (*หมายถึง กล่าวหาว่าพระองค์ทรงตระหนี่) มือของพวกเขาต่างหากที่ถูกล่าม และพวกเขาถูกสาปเพราะ (คำพูด) ที่พวกเขากล่าวว่า ทว่า มือทั้งสองของพระองค์นั้น ถูกแบออก พระองค์ทรงแจกจ่ายตามที่พระองค์ทรงประสงค์ และแน่นอนจำนวนมากของพวกเขาจะยิ่งเพิ่มการละเมิดและการปฏิเสธในสิ่งที่ถูกประทานลงมายังเจ้าจากพระผู้อภิบาลของเจ้า และเราได้โปรยความเป็นศัตรูและความชิงชังในระหว่างพวกเขาจนถึงวันแห่งการยืนเข้าเฝ้า ทุกครั้งที่พวกเขาจุดไฟสงคราม อัลลอฮ์ทรงดับมัน และพวกเขาพยายามก่อความเสียหายในแผ่นดิน และอัลลอฮ์ไม่ทรงรักบรรดาผู้ก่อความเสียหาย
وَلَوۡ أَنَّ أَهۡلَ ٱلۡكِتَٰبِ ءَامَنُواْ وَٱتَّقَوۡاْ لَكَفَّرۡنَا عَنۡهُمۡ سَيِّ‍َٔاتِهِمۡ وَلَأَدۡخَلۡنَٰهُمۡ جَنَّٰتِ ٱلنَّعِيمِ
และถ้าว่า ชาวคัมภีร์นั้นศรัทธาและยำเกรง แน่นอนเราจะลบล้างบาปของพวกเขาไปจากพวกเขา และแน่นอนเราจะให้พวกเขาเข้าสู่บรรดาสวรรค์แห่งความผาสุก
إِنَّ ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ وَٱلَّذِينَ هَادُواْ وَٱلصَّٰبِ‍ُٔونَ وَٱلنَّصَٰرَىٰ مَنۡ ءَامَنَ بِٱللَّهِ وَٱلۡيَوۡمِ ٱلۡأٓخِرِ وَعَمِلَ صَٰلِحٗا فَلَا خَوۡفٌ عَلَيۡهِمۡ وَلَا هُمۡ يَحۡزَنُونَ
บรรดาผู้ศรัทธา บรรดาผู้เป็นยิว บรรดาชาวมันดาอี บรรดาชาวคริสต์นั้น ผู้ใดก็ตามศรัทธาในอัลลอฮ์ และวันสุดท้าย และกระทำความดี ดังนั้นไม่มีความกลัวใดแก่พวกเขา และพวกเขาจะไม่เสียใจ
لَقَدۡ كَفَرَ ٱلَّذِينَ قَالُوٓاْ إِنَّ ٱللَّهَ هُوَ ٱلۡمَسِيحُ ٱبۡنُ مَرۡيَمَۖ وَقَالَ ٱلۡمَسِيحُ يَٰبَنِيٓ إِسۡرَٰٓءِيلَ ٱعۡبُدُواْ ٱللَّهَ رَبِّي وَرَبَّكُمۡۖ إِنَّهُۥ مَن يُشۡرِكۡ بِٱللَّهِ فَقَدۡ حَرَّمَ ٱللَّهُ عَلَيۡهِ ٱلۡجَنَّةَ وَمَأۡوَىٰهُ ٱلنَّارُۖ وَمَا لِلظَّٰلِمِينَ مِنۡ أَنصَارٖ
แน่แท้ บรรดาผู้กล่าวว่า อัลลอฮ์คือ อัล-มะซีห์ (ผู้ลูบรักษา) บุตรแห่งมัรยัม ได้ปฏิเสธแล้ว ขณะที่อัล-มะซีห์เองกล่าวว่า โอ้ วงศ์วานอิสรออีล จงสักการะอัลลอฮ์ พระผู้อภิบาลของฉัน และพระผู้อภิบาลของพวกท่าน ผู้ใดตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์นั้น แน่แท้อัลลอฮ์ได้ห้ามสวรรค์แก่เขาแล้ว และที่พำนักของเขาคือไฟนรก และจะไม่มีผู้ช่วยเหลือใดสำหรับบรรดาผู้ละเมิด
۞لَتَجِدَنَّ أَشَدَّ ٱلنَّاسِ عَدَٰوَةٗ لِّلَّذِينَ ءَامَنُواْ ٱلۡيَهُودَ وَٱلَّذِينَ أَشۡرَكُواْۖ وَلَتَجِدَنَّ أَقۡرَبَهُم مَّوَدَّةٗ لِّلَّذِينَ ءَامَنُواْ ٱلَّذِينَ قَالُوٓاْ إِنَّا نَصَٰرَىٰۚ ذَٰلِكَ بِأَنَّ مِنۡهُمۡ قِسِّيسِينَ وَرُهۡبَانٗا وَأَنَّهُمۡ لَا يَسۡتَكۡبِرُونَ
แน่นอน เจ้าจะพบว่าคนที่เป็นศัตรูตัวฉกาจที่สุดสำหรับบรรดาผู้ศรัทธา คือ ชาวยิวและบรรดาผู้ตั้งภาคี และแน่นอนเจ้าจะพบว่าคนที่มีความรักใกล้ต่อบรรดาผู้ศรัทธาที่สุด คือบรรดาผู้กล่าวว่า พวกเรานั้นเป็นคริสต์ นั่นเป็นเพราะในหมู่พวกเขามีบาทหลวงและนักพรต และเพราะว่าพวกเขาไม่จองหอง

ซูเราะฮ์ที่ 9 التَّوْبَة التوبة

وَقَالَتِ ٱلۡيَهُودُ عُزَيۡرٌ ٱبۡنُ ٱللَّهِ وَقَالَتِ ٱلنَّصَٰرَى ٱلۡمَسِيحُ ٱبۡنُ ٱللَّهِۖ ذَٰلِكَ قَوۡلُهُم بِأَفۡوَٰهِهِمۡۖ يُضَٰهِ‍ُٔونَ قَوۡلَ ٱلَّذِينَ كَفَرُواْ مِن قَبۡلُۚ قَٰتَلَهُمُ ٱللَّهُۖ أَنَّىٰ يُؤۡفَكُونَ
และชาวยิวกล่าวว่า อุซัยรฺ (เอษรา) เป็นบุตรแห่งอัลลอฮ์ และชาวคริสต์กล่าวว่า อัล-มะซีห์ (ผู้ลูบรักษา) เป็นบุตรแห่งอัลลอฮ์ นั่นเป็นคำกล่าว (อ้าง) ของพวกเขาจากปากของพวกเขาเอง พวกเขาเลียนแบบคำพูดของบรรดาผู้ปฏิเสธที่อยู่ก่อนหน้า ขออัลลอฮ์ทรงลงโทษพวกเขาให้หนัก ไฉนเล่าพวกเขาถูกทำให้หันเหไปได้?
ٱتَّخَذُوٓاْ أَحۡبَارَهُمۡ وَرُهۡبَٰنَهُمۡ أَرۡبَابٗا مِّن دُونِ ٱللَّهِ وَٱلۡمَسِيحَ ٱبۡنَ مَرۡيَمَ وَمَآ أُمِرُوٓاْ إِلَّا لِيَعۡبُدُوٓاْ إِلَٰهٗا وَٰحِدٗاۖ لَّآ إِلَٰهَ إِلَّا هُوَۚ سُبۡحَٰنَهُۥ عَمَّا يُشۡرِكُونَ
พวกเขายึดเอารับบี (นักวิชาการยิว) ของพวกเขา และบาทหลวง (คริสต์) ของพวกเขาเป็นพระผู้อภิบาลอื่นจากอัลลอฮ์ และ (ยึดเอา) อัล-มะซีห์ (ผู้ลูบรักษา) บุตรแห่งมัรยัมด้วย ทั้ง ๆ ที่พวกเขาไม่ได้ถูกบัญชาเว้นแต่เพื่อให้สักการะพระเจ้าองค์เดียว ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ พระองค์ทรงบริสุทธิ์จากสิ่งที่พวกเขาตั้งภาคี

ซูเราะฮ์ที่ 22 الْحَجّ الحج

إِنَّ ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ وَٱلَّذِينَ هَادُواْ وَٱلصَّٰبِ‍ِٔينَ وَٱلنَّصَٰرَىٰ وَٱلۡمَجُوسَ وَٱلَّذِينَ أَشۡرَكُوٓاْ إِنَّ ٱللَّهَ يَفۡصِلُ بَيۡنَهُمۡ يَوۡمَ ٱلۡقِيَٰمَةِۚ إِنَّ ٱللَّهَ عَلَىٰ كُلِّ شَيۡءٖ شَهِيدٌ
...แท้จริง บรรดาผู้ศรัทธา บรรดาผู้ที่เป็นยิว ...ชาวมันดาอี (ผู้ปฏิบัติตามคำสอนของผู้เผยวจนะยะห์ยา) ชาวคริสต์ พวกบูชาไฟ และบรรดาผู้ที่ตั้งภาคี อัลลอฮ์นั้นจะทรงชี้ขาดระหว่างพวกเขาในวันฟื้นขึ้น อัลลอฮ์นั้นทรงเป็นสักขีพยานต่อทุกสิ่ง

ซูเราะฮ์ที่ 57 الْحَدِيد الحديد

ثُمَّ قَفَّيۡنَا عَلَىٰٓ ءَاثَٰرِهِم بِرُسُلِنَا وَقَفَّيۡنَا بِعِيسَى ٱبۡنِ مَرۡيَمَ وَءَاتَيۡنَٰهُ ٱلۡإِنجِيلَۖ وَجَعَلۡنَا فِي قُلُوبِ ٱلَّذِينَ ٱتَّبَعُوهُ رَأۡفَةٗ وَرَحۡمَةٗۚ وَرَهۡبَانِيَّةً ٱبۡتَدَعُوهَا مَا كَتَبۡنَٰهَا عَلَيۡهِمۡ إِلَّا ٱبۡتِغَآءَ رِضۡوَٰنِ ٱللَّهِ فَمَا رَعَوۡهَا حَقَّ رِعَايَتِهَاۖ فَ‍َٔاتَيۡنَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ مِنۡهُمۡ أَجۡرَهُمۡۖ وَكَثِيرٞ مِّنۡهُمۡ فَٰسِقُونَ
ต่อมา เราได้ให้บรรดาทูตของเรา (คนต่อ ๆ มา) ตามรอยพวกเขามา และเราได้ให้อีซาบุตรแห่งมัรยัมตามมา และเราได้ประทานอินญีลแก่เขา และเราได้บันดาลให้ในหัวใจของบรรดาผู้ปฏิบัติตามเขามีความเอื้ออาทรและความเมตตา แต่ความเป็นนักบวชนั้น พวกเขาริเริ่มมันเอง เราไม่ได้กำหนดมันแก่พวกเขา นอกจากเพื่อแสวงหาความปราโมทย์ของอัลลอฮ์ กระนั้นพวกเขาก็ไม่ได้เอาใจใส่ต่อมันอย่างแท้จริง ดังนั้นเราจะประทานรางวัลแก่บรรดาผู้ศรัทธาในหมู่พวกเขา แต่จำนวนมากจากหมู่พวกเขาเป็นคนฝ่าฝืน