ข้ามไปยังเนื้อหา
สารบัญอัลกุรอาน ค้นอายะฮ์ตามหมวดหมู่
หัวข้อที่ 937
مريم

มัรยัม

Mary · 54 อายะฮ์ จาก 12 ซูเราะฮ์

กระจายอยู่ใน 12 ซูเราะฮ์

กดแท่งเพื่อดูเฉพาะซูเราะฮ์นั้น

ซูเราะฮ์ที่ 3 آلِ عِمْرَان آل عمران

ذُرِّيَّةَۢ بَعۡضُهَا مِنۢ بَعۡضٖۗ وَٱللَّهُ سَمِيعٌ عَلِيمٌ
เป็นลูกหลานกันและกัน และอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงได้ยิน ผู้ทรงรอบรู้
إِذۡ قَالَتِ ٱمۡرَأَتُ عِمۡرَٰنَ رَبِّ إِنِّي نَذَرۡتُ لَكَ مَا فِي بَطۡنِي مُحَرَّرٗا فَتَقَبَّلۡ مِنِّيٓۖ إِنَّكَ أَنتَ ٱلسَّمِيعُ ٱلۡعَلِيمُ
ครั้นเมื่อผู้หญิง (ภรรยา) ของอิมรอนกล่าวว่า พระผู้อภิบาลของฉัน ฉันนั้นบนบานต่อพระองค์ (อุทิศ) สิ่งที่อยู่ในท้องของฉันให้เป็นผู้รับใช้ (ดูแลบัยตุลมักดิส) ดังนั้นโปรดตอบรับจากฉันด้วยเถิด พระองค์นั้น คือผู้ทรงได้ยิน ผู้ทรงรอบรู้
فَلَمَّا وَضَعَتۡهَا قَالَتۡ رَبِّ إِنِّي وَضَعۡتُهَآ أُنثَىٰ وَٱللَّهُ أَعۡلَمُ بِمَا وَضَعَتۡ وَلَيۡسَ ٱلذَّكَرُ كَٱلۡأُنثَىٰۖ وَإِنِّي سَمَّيۡتُهَا مَرۡيَمَ وَإِنِّيٓ أُعِيذُهَا بِكَ وَذُرِّيَّتَهَا مِنَ ٱلشَّيۡطَٰنِ ٱلرَّجِيمِ
ครั้นเมื่อนางได้คลอดเธอ (มัรยัม) นางกล่าวว่า พระผู้อภิบาลของฉัน ฉันนั้นคลอดลูกเป็นหญิง และอัลลอฮ์ทรงรู้ดียิ่งถึงสิ่งที่นางคลอด และชายไม่ได้เป็นเช่นหญิง และฉันนั้นตั้งชื่อนางว่ามัรยัม และฉันนั้นขอให้พระองค์ทรงคุ้มครองนาง และลูกหลานของนางให้พ้นจากมารที่ถูกขับไล่ (จากความเมตตาและสวรรค์)
فَتَقَبَّلَهَا رَبُّهَا بِقَبُولٍ حَسَنٖ وَأَنۢبَتَهَا نَبَاتًا حَسَنٗا وَكَفَّلَهَا زَكَرِيَّاۖ كُلَّمَا دَخَلَ عَلَيۡهَا زَكَرِيَّا ٱلۡمِحۡرَابَ وَجَدَ عِندَهَا رِزۡقٗاۖ قَالَ يَٰمَرۡيَمُ أَنَّىٰ لَكِ هَٰذَاۖ قَالَتۡ هُوَ مِنۡ عِندِ ٱللَّهِۖ إِنَّ ٱللَّهَ يَرۡزُقُ مَن يَشَآءُ بِغَيۡرِ حِسَابٍ
แล้วพระผู้อภิบาลของนางได้ทรงตอบรับ (คำวิงวอนของ) นางอย่างดีงาม และทรงให้นางเจริญวัยอย่างดีงาม และทรงให้ซะกะรียาอุปการะนาง ทุกคราที่ซะกะรียาเข้ามาหานางในที่ละหมาด เขาพบว่ามีปัจจัย ณ ที่นางอยู่ เขากล่าวว่า มัรยัมเอ๋ย เธอได้สิ่งนี้มาอย่างไร? นางกล่าวว่า มันมาจาก ณ ที่อัลลอฮ์ อัลลอฮ์นั้นทรงจัดสรรปัจจัยแก่ผู้ที่ทรงประสงค์อย่างล้นเหลือเหนือการคำนวณ
وَإِذۡ قَالَتِ ٱلۡمَلَٰٓئِكَةُ يَٰمَرۡيَمُ إِنَّ ٱللَّهَ ٱصۡطَفَىٰكِ وَطَهَّرَكِ وَٱصۡطَفَىٰكِ عَلَىٰ نِسَآءِ ٱلۡعَٰلَمِينَ
และครั้นเมื่อมลาอิกะฮ์กล่าวว่า มัรยัมเอ๋ย อัลลอฮ์นั้นทรงเลือกเธอ (ให้เป็นหนึ่งในผู้ทำอิบาดะฮฺ) ทรงทำให้เธอบริสุทธิ์ และทรงคัดเลือกเธอให้เหนือกว่าเหล่าสตรีแห่งชนชาติทั้งปวง
يَٰمَرۡيَمُ ٱقۡنُتِي لِرَبِّكِ وَٱسۡجُدِي وَٱرۡكَعِي مَعَ ٱلرَّٰكِعِينَ
มัรยัมเอ๋ย จงภักดีต่อพระผู้อภิบาลของเธอ จงก้มกราบ (สุญูด) และจงก้มหลัง (รุกูอฺ) พร้อมกับบรรดาผู้ก้มหลัง
ذَٰلِكَ مِنۡ أَنۢبَآءِ ٱلۡغَيۡبِ نُوحِيهِ إِلَيۡكَۚ وَمَا كُنتَ لَدَيۡهِمۡ إِذۡ يُلۡقُونَ أَقۡلَٰمَهُمۡ أَيُّهُمۡ يَكۡفُلُ مَرۡيَمَ وَمَا كُنتَ لَدَيۡهِمۡ إِذۡ يَخۡتَصِمُونَ
นั่นเป็นส่วนหนึ่งของข่าวเร้นลับ (เรื่องราวที่สูญหายไปแล้ว) เราได้เผยมันแก่เจ้า และเจ้าไม่ได้อยู่กับพวกเขา ขณะที่พวกเขากำลังโยนปากกา (เสี่ยงทาย) ว่าพวกเขาคนใดจะได้อุปการะมัรยัม และเจ้าไม่ได้อยู่กับพวกเขา ขณะที่พวกเขากำลังโต้เถียงกัน
إِذۡ قَالَتِ ٱلۡمَلَٰٓئِكَةُ يَٰمَرۡيَمُ إِنَّ ٱللَّهَ يُبَشِّرُكِ بِكَلِمَةٖ مِّنۡهُ ٱسۡمُهُ ٱلۡمَسِيحُ عِيسَى ٱبۡنُ مَرۡيَمَ وَجِيهٗا فِي ٱلدُّنۡيَا وَٱلۡأٓخِرَةِ وَمِنَ ٱلۡمُقَرَّبِينَ
ครั้นเมื่อมลาอิกะฮ์กล่าวว่า มัรยัมเอ๋ย อัลลอฮ์นั้นทรงแจ้งข่าวดีแก่เธอถึงพจนารถหนึ่งจากพระองค์ ชื่อของเขาคือ อัล-มะซีห์ (ผู้ลูบรักษา) อีซาบุตรแห่งมัรยัม เป็นผู้มีเกียรติทั้งในโลกนี้และโลกสุดท้าย และจะอยู่ในหมู่ผู้ใกล้ชิด (อัลลอฮ์)
وَيُكَلِّمُ ٱلنَّاسَ فِي ٱلۡمَهۡدِ وَكَهۡلٗا وَمِنَ ٱلصَّٰلِحِينَ
และเขาจะสนทนากับผู้คนขณะ (เป็นทารก) อยู่ในเปล และเมื่อเป็นผู้ใหญ่ (ในฐานะผู้เผยวจนะ) และได้อยู่ในหมู่คนดี
قَالَتۡ رَبِّ أَنَّىٰ يَكُونُ لِي وَلَدٞ وَلَمۡ يَمۡسَسۡنِي بَشَرٞۖ قَالَ كَذَٰلِكِ ٱللَّهُ يَخۡلُقُ مَا يَشَآءُۚ إِذَا قَضَىٰٓ أَمۡرٗا فَإِنَّمَا يَقُولُ لَهُۥ كُن فَيَكُونُ
นางกล่าวว่า พระผู้อภิบาลของฉัน ฉันจะมีลูกได้เช่นใด ขณะที่ยังไม่เคยมีบุรุษใดแตะต้องฉันเลย เขา (มลาอิกะฮ์) กล่าวว่า กระนั้นก็ตาม อัลลอฮ์ทรงสร้างตามที่ทรงประสงค์ เมื่อพระองค์ทรงตัดสินงานใดแล้ว พระองค์เพียงประกาศิตแก่สิ่งนั้นว่า จงเป็น แล้วมันก็จะเป็นขึ้นมา

ซูเราะฮ์ที่ 4 النِّسَاء النساء

وَبِكُفۡرِهِمۡ وَقَوۡلِهِمۡ عَلَىٰ مَرۡيَمَ بُهۡتَٰنًا عَظِيمٗا
และเพราะการปฏิเสธของพวกเขา และคำพูดใส่ร้ายอันมหันต์ของพวกเขาต่อมัรยัม
وَقَوۡلِهِمۡ إِنَّا قَتَلۡنَا ٱلۡمَسِيحَ عِيسَى ٱبۡنَ مَرۡيَمَ رَسُولَ ٱللَّهِ وَمَا قَتَلُوهُ وَمَا صَلَبُوهُ وَلَٰكِن شُبِّهَ لَهُمۡۚ وَإِنَّ ٱلَّذِينَ ٱخۡتَلَفُواْ فِيهِ لَفِي شَكّٖ مِّنۡهُۚ مَا لَهُم بِهِۦ مِنۡ عِلۡمٍ إِلَّا ٱتِّبَاعَ ٱلظَّنِّۚ وَمَا قَتَلُوهُ يَقِينَۢا
และคำพูดของพวกเขาว่า เรานั้นได้สังหารอัล-มะซีห์ (ผู้ลูบรักษา) อีซาบุตรแห่งมัรยัม ผู้เป็นศาสนทูตของอัลลอฮ์ และพวกเขาไม่ได้สังหารเขา และพวกเขาไม่ได้ตรึงกางเขนเขา แต่ถูกทำให้ละม้าย (เช่นนั้น) แก่พวกเขา และบรรดาผู้ขัดแย้งในตัวเขานั้น อยู่ในการสงสัย พวกเขาไม่มีความรู้ (ในการนี้) เว้นแต่การคาดเดา และพวกเขาไม่ได้สังหารเขาโดยแน่ใจ
يَٰٓأَهۡلَ ٱلۡكِتَٰبِ لَا تَغۡلُواْ فِي دِينِكُمۡ وَلَا تَقُولُواْ عَلَى ٱللَّهِ إِلَّا ٱلۡحَقَّۚ إِنَّمَا ٱلۡمَسِيحُ عِيسَى ٱبۡنُ مَرۡيَمَ رَسُولُ ٱللَّهِ وَكَلِمَتُهُۥٓ أَلۡقَىٰهَآ إِلَىٰ مَرۡيَمَ وَرُوحٞ مِّنۡهُۖ فَ‍َٔامِنُواْ بِٱللَّهِ وَرُسُلِهِۦۖ وَلَا تَقُولُواْ ثَلَٰثَةٌۚ ٱنتَهُواْ خَيۡرٗا لَّكُمۡۚ إِنَّمَا ٱللَّهُ إِلَٰهٞ وَٰحِدٞۖ سُبۡحَٰنَهُۥٓ أَن يَكُونَ لَهُۥ وَلَدٞۘ لَّهُۥ مَا فِي ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَمَا فِي ٱلۡأَرۡضِۗ وَكَفَىٰ بِٱللَّهِ وَكِيلٗا
โอ้ ชาวคัมภีร์ทั้งหลาย อย่าเกินเลยในศาสนาของพวกเจ้า และอย่ากล่าว (สิ่งใด) เกี่ยวกับอัลลอฮ์ เว้นแต่ความจริง อัล-มะซีห์ (ผู้ลูบรักษา) อีซาบุตรแห่งมัรยัมนั้น เป็นเพียงศาสนทูตของอัลลอฮ์ และเป็นถ้อยคำ (จงเป็น) ของพระองค์ ที่พระองค์ตรัสแก่มัรยัม และเป็นวิญญาณหนึ่งจากพระองค์ ดังนั้นจงศรัทธาในอัลลอฮ์ และศาสนทูตทั้งหลายของพระองค์เถิด และจงอย่ากล่าวว่า สาม(*อีซาเป็นหนึ่งในสาม หรือตรีเอกานุภาพ) จงเลิกมันเสีย เป็นการดีกว่าสำหรับพวกเจ้า อัลลอฮ์เป็นพระเจ้าเพียงองค์เดียวเท่านั้น มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่พระองค์เกินกว่าที่พระองค์จะมีพระบุตร สิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลายและสิ่งที่อยู่ในแผ่นดินเป็นของพระองค์เท่านั้น และเพียงพอแล้วที่อัลลอฮ์เป็นผู้ทรงรับการมอบหมาย

ซูเราะฮ์ที่ 5 الْمَائِدَة المائدة

لَّقَدۡ كَفَرَ ٱلَّذِينَ قَالُوٓاْ إِنَّ ٱللَّهَ هُوَ ٱلۡمَسِيحُ ٱبۡنُ مَرۡيَمَۚ قُلۡ فَمَن يَمۡلِكُ مِنَ ٱللَّهِ شَيۡ‍ًٔا إِنۡ أَرَادَ أَن يُهۡلِكَ ٱلۡمَسِيحَ ٱبۡنَ مَرۡيَمَ وَأُمَّهُۥ وَمَن فِي ٱلۡأَرۡضِ جَمِيعٗاۗ وَلِلَّهِ مُلۡكُ ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَٱلۡأَرۡضِ وَمَا بَيۡنَهُمَاۚ يَخۡلُقُ مَا يَشَآءُۚ وَٱللَّهُ عَلَىٰ كُلِّ شَيۡءٖ قَدِيرٞ
แน่แท้ บรรดาผู้ที่กล่าวว่า อัลลอฮ์นั้น คือ อัล-มะซีห์ (*ผู้ลูบรักษา) บุตรแห่งมัรยัม ได้ปฏิเสธ (*หมายถึงกลายเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธาแล้ว) แล้ว จงกล่าวว่า แล้วผู้ใดเล่าจะมีสิทธิ์ใด (ขัดขวาง) จากอัลลอฮ์ได้ ถ้าพระองค์ทรงประสงค์จะทำลาย อัล-มะซีห์ บุตรของมัรยัมและแม่ของเขา และผู้ที่อยู่ในแผ่นดินทั้งหมด และกรรมสิทธิ์แห่งชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินและสิ่งที่อยู่ระหว่างนั้นเป็นของอัลลอฮ์เท่านั้น พระองค์ทรงสร้างตามที่ทรงประสงค์ และอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงปรีชาญาณเหนือทุกสิ่ง
وَقَفَّيۡنَا عَلَىٰٓ ءَاثَٰرِهِم بِعِيسَى ٱبۡنِ مَرۡيَمَ مُصَدِّقٗا لِّمَا بَيۡنَ يَدَيۡهِ مِنَ ٱلتَّوۡرَىٰةِۖ وَءَاتَيۡنَٰهُ ٱلۡإِنجِيلَ فِيهِ هُدٗى وَنُورٞ وَمُصَدِّقٗا لِّمَا بَيۡنَ يَدَيۡهِ مِنَ ٱلتَّوۡرَىٰةِ وَهُدٗى وَمَوۡعِظَةٗ لِّلۡمُتَّقِينَ
และเราได้ให้มีอีซาบุตรมัรยัม มาเจริญรอยตามพวกเขา เป็นผู้รับรองสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าเขา คือเตารอต และเราได้มอบอินญีลแก่เขา ในนั้นมีสิ่งนำทาง และแสงสว่าง และเป็นสิ่งรับรองที่อยู่เบื้องหน้ามันคือ เตารอต และเป็นสิ่งนำทาง และข้อเตือนใจสำหรับบรรดาผู้ยำเกรง
لَقَدۡ كَفَرَ ٱلَّذِينَ قَالُوٓاْ إِنَّ ٱللَّهَ هُوَ ٱلۡمَسِيحُ ٱبۡنُ مَرۡيَمَۖ وَقَالَ ٱلۡمَسِيحُ يَٰبَنِيٓ إِسۡرَٰٓءِيلَ ٱعۡبُدُواْ ٱللَّهَ رَبِّي وَرَبَّكُمۡۖ إِنَّهُۥ مَن يُشۡرِكۡ بِٱللَّهِ فَقَدۡ حَرَّمَ ٱللَّهُ عَلَيۡهِ ٱلۡجَنَّةَ وَمَأۡوَىٰهُ ٱلنَّارُۖ وَمَا لِلظَّٰلِمِينَ مِنۡ أَنصَارٖ
แน่แท้ บรรดาผู้กล่าวว่า อัลลอฮ์คือ อัล-มะซีห์ (ผู้ลูบรักษา) บุตรแห่งมัรยัม ได้ปฏิเสธแล้ว ขณะที่อัล-มะซีห์เองกล่าวว่า โอ้ วงศ์วานอิสรออีล จงสักการะอัลลอฮ์ พระผู้อภิบาลของฉัน และพระผู้อภิบาลของพวกท่าน ผู้ใดตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์นั้น แน่แท้อัลลอฮ์ได้ห้ามสวรรค์แก่เขาแล้ว และที่พำนักของเขาคือไฟนรก และจะไม่มีผู้ช่วยเหลือใดสำหรับบรรดาผู้ละเมิด
لُعِنَ ٱلَّذِينَ كَفَرُواْ مِنۢ بَنِيٓ إِسۡرَٰٓءِيلَ عَلَىٰ لِسَانِ دَاوُۥدَ وَعِيسَى ٱبۡنِ مَرۡيَمَۚ ذَٰلِكَ بِمَا عَصَواْ وَّكَانُواْ يَعۡتَدُونَ
บรรดาผู้ปฏิเสธจากวงศ์วานอิสรออีล ได้ถูกสาป ด้วยคำของดาวูดและอีซาบุตรแห่งมัรยัม นั่นเพราะที่พวกเขาฝ่าฝืน และที่เคยละเมิด
إِذۡ قَالَ ٱللَّهُ يَٰعِيسَى ٱبۡنَ مَرۡيَمَ ٱذۡكُرۡ نِعۡمَتِي عَلَيۡكَ وَعَلَىٰ وَٰلِدَتِكَ إِذۡ أَيَّدتُّكَ بِرُوحِ ٱلۡقُدُسِ تُكَلِّمُ ٱلنَّاسَ فِي ٱلۡمَهۡدِ وَكَهۡلٗاۖ وَإِذۡ عَلَّمۡتُكَ ٱلۡكِتَٰبَ وَٱلۡحِكۡمَةَ وَٱلتَّوۡرَىٰةَ وَٱلۡإِنجِيلَۖ وَإِذۡ تَخۡلُقُ مِنَ ٱلطِّينِ كَهَيۡ‍َٔةِ ٱلطَّيۡرِ بِإِذۡنِي فَتَنفُخُ فِيهَا فَتَكُونُ طَيۡرَۢا بِإِذۡنِيۖ وَتُبۡرِئُ ٱلۡأَكۡمَهَ وَٱلۡأَبۡرَصَ بِإِذۡنِيۖ وَإِذۡ تُخۡرِجُ ٱلۡمَوۡتَىٰ بِإِذۡنِيۖ وَإِذۡ كَفَفۡتُ بَنِيٓ إِسۡرَٰٓءِيلَ عَنكَ إِذۡ جِئۡتَهُم بِٱلۡبَيِّنَٰتِ فَقَالَ ٱلَّذِينَ كَفَرُواْ مِنۡهُمۡ إِنۡ هَٰذَآ إِلَّا سِحۡرٞ مُّبِينٞ
ครั้นเมื่ออัลลอฮ์ตรัสว่า โอ้ อีซาบุตรแห่งมัรยัม จงรำลึกถึงความโปรดปรานของฉันต่อเจ้า และต่อแม่ของเจ้า ครั้นเมื่อเราได้หนุนเจ้าด้วยวิญญาณบริสุทธิ์ เจ้าสนทนากับคนทั้งหลายใน (ยามเป็นเด็กนอน) เปลและยามเป็นผู้ใหญ่ และครั้นเมื่อฉันสอนคัมภีร์ วิทยปัญญา เตารอต และอินญีลแก่เจ้า และครั้นเมื่อเจ้าปั้นจากดินเหมือนดั่งรูปนกด้วยอนุมัติของฉัน และเจ้าเป่ามัน แล้วมันได้กลายเป็นนก (จริงๆ) ด้วยอนุมัติของฉัน และเจ้ารักษาคนตาบอดแต่กำเนิด และคนเป็นโรคผิวหนังด้วยอนุมัติของฉัน และครั้นเมื่อเจ้าทำให้คนตายออกมา (จากหลุมศพ) ด้วยอนุมัติของฉัน และครั้นเมื่อฉันได้เบน (แผนการสังหารของ) วงศ์วานอิสรออีลไปจากเจ้าเมื่อเจ้านำหลักฐานอันชัดแจ้งมายังพวกเขา แล้วบรรดาผู้ปฏิเสธในหมู่พวกเขากล่าวว่า นี่มิใช่อื่นใดเว้นแต่เป็นเวทมนตร์อันชัดแจ้ง
إِذۡ قَالَ ٱلۡحَوَارِيُّونَ يَٰعِيسَى ٱبۡنَ مَرۡيَمَ هَلۡ يَسۡتَطِيعُ رَبُّكَ أَن يُنَزِّلَ عَلَيۡنَا مَآئِدَةٗ مِّنَ ٱلسَّمَآءِۖ قَالَ ٱتَّقُواْ ٱللَّهَ إِن كُنتُم مُّؤۡمِنِينَ
ครั้นเมื่อบรรดาสาวกกล่าวว่า โอ้ อีซาบุตรแห่งมัรยัม พระผู้อภิบาลของท่านสามารถประทานโต๊ะอาหารลงมาแก่พวกเราได้ไหม เขากล่าวว่า จงยำเกรงอัลลอฮ์เถิด ถ้าพวกเจ้าเป็นผู้ศรัทธาจริง
قَالَ عِيسَى ٱبۡنُ مَرۡيَمَ ٱللَّهُمَّ رَبَّنَآ أَنزِلۡ عَلَيۡنَا مَآئِدَةٗ مِّنَ ٱلسَّمَآءِ تَكُونُ لَنَا عِيدٗا لِّأَوَّلِنَا وَءَاخِرِنَا وَءَايَةٗ مِّنكَۖ وَٱرۡزُقۡنَا وَأَنتَ خَيۡرُ ٱلرَّٰزِقِينَ
อีซาบุตรแห่งมัรยัมกล่าวว่า โอ้ อัลลอฮ์ พระผู้อภิบาลของเรา โปรดประทานโต๊ะอาหารลงมาจากฟากฟ้าแก่เรา เพื่อเป็นการรื่นเริงแก่พวกเรา ทั้งคนแรกของเราและคนสุดท้ายของเรา และเป็นสัญญาณจากพระองค์ และโปรดให้ปัจจัยแก่พวกเรา และพระองค์ทรงเป็นเลิศแห่งผู้ประทานปัจจัย
وَإِذۡ قَالَ ٱللَّهُ يَٰعِيسَى ٱبۡنَ مَرۡيَمَ ءَأَنتَ قُلۡتَ لِلنَّاسِ ٱتَّخِذُونِي وَأُمِّيَ إِلَٰهَيۡنِ مِن دُونِ ٱللَّهِۖ قَالَ سُبۡحَٰنَكَ مَا يَكُونُ لِيٓ أَنۡ أَقُولَ مَا لَيۡسَ لِي بِحَقٍّۚ إِن كُنتُ قُلۡتُهُۥ فَقَدۡ عَلِمۡتَهُۥۚ تَعۡلَمُ مَا فِي نَفۡسِي وَلَآ أَعۡلَمُ مَا فِي نَفۡسِكَۚ إِنَّكَ أَنتَ عَلَّٰمُ ٱلۡغُيُوبِ
และครั้นเมื่ออัลลอฮ์ตรัสว่า โอ้ อีซาบุตรแห่งมัรยัม เจ้ากล่าวแก่ผู้คนทั้งหลายว่า จงยึดเอาฉันและแม่ของฉันเป็นพระเจ้าอื่นจากอัลลอฮ์หรือ? เขากล่าวว่า มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่พระองค์ ไม่ควรที่ฉันจะกล่าวในสิ่งที่ฉันไม่มีสิทธิ์เลย ถ้าฉันเคยกล่าวมัน แน่นอนพระองค์ย่อมรู้ดี พระองค์ทรงรู้ในสิ่งที่อยู่ในตัวของฉัน และฉันไม่รู้ที่อยู่ในใจพระองค์ พระองค์นั้น คือผู้ทรงรอบรู้ในสิ่งเร้นลับทั้งหลาย

ซูเราะฮ์ที่ 9 التَّوْبَة التوبة

ٱتَّخَذُوٓاْ أَحۡبَارَهُمۡ وَرُهۡبَٰنَهُمۡ أَرۡبَابٗا مِّن دُونِ ٱللَّهِ وَٱلۡمَسِيحَ ٱبۡنَ مَرۡيَمَ وَمَآ أُمِرُوٓاْ إِلَّا لِيَعۡبُدُوٓاْ إِلَٰهٗا وَٰحِدٗاۖ لَّآ إِلَٰهَ إِلَّا هُوَۚ سُبۡحَٰنَهُۥ عَمَّا يُشۡرِكُونَ
พวกเขายึดเอารับบี (นักวิชาการยิว) ของพวกเขา และบาทหลวง (คริสต์) ของพวกเขาเป็นพระผู้อภิบาลอื่นจากอัลลอฮ์ และ (ยึดเอา) อัล-มะซีห์ (ผู้ลูบรักษา) บุตรแห่งมัรยัมด้วย ทั้ง ๆ ที่พวกเขาไม่ได้ถูกบัญชาเว้นแต่เพื่อให้สักการะพระเจ้าองค์เดียว ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ พระองค์ทรงบริสุทธิ์จากสิ่งที่พวกเขาตั้งภาคี

ซูเราะฮ์ที่ 19 مَرْيَم مريم

وَٱذۡكُرۡ فِي ٱلۡكِتَٰبِ مَرۡيَمَ إِذِ ٱنتَبَذَتۡ مِنۡ أَهۡلِهَا مَكَانٗا شَرۡقِيّٗا
และจงกล่าวถึง (เรื่องราวของ) มัรยัม ที่อยู่ในคัมภีร์ ครั้นเมื่อนางได้ปลีกตัวออกจากพวกพ้องของนางยังสถานหนึ่งทางตะวันออก
فَٱتَّخَذَتۡ مِن دُونِهِمۡ حِجَابٗا فَأَرۡسَلۡنَآ إِلَيۡهَا رُوحَنَا فَتَمَثَّلَ لَهَا بَشَرٗا سَوِيّٗا
แล้วนางได้กางม่านกั้นให้พ้นจากพวกเขา แล้วเราก็ส่งวิญญาณของเรา (ญิบรีล) ไปยังนาง แล้วเขาได้จำแลงเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่สมบูรณ์
قَالَتۡ إِنِّيٓ أَعُوذُ بِٱلرَّحۡمَٰنِ مِنكَ إِن كُنتَ تَقِيّٗا
นางกล่าวว่า แท้จริงฉันขอความคุ้มครองต่อผู้ทรงเมตตาให้พ้นจากท่าน ถ้าท่านเป็นผู้มีความยำเกรง
قَالَ إِنَّمَآ أَنَا۠ رَسُولُ رَبِّكِ لِأَهَبَ لَكِ غُلَٰمٗا زَكِيّٗا
เขา (ญิบรีล) กล่าวว่า ฉันเป็นเพียงทูตของพระผู้อภิบาลของเธอ เพื่อ (มา) มอบเด็กน้อย (ลูกชาย) ผู้บริสุทธิ์แก่เธอเท่านั้น
قَالَتۡ أَنَّىٰ يَكُونُ لِي غُلَٰمٞ وَلَمۡ يَمۡسَسۡنِي بَشَرٞ وَلَمۡ أَكُ بَغِيّٗا
นางกล่าวว่า ฉันจะมีเด็กน้อย (ลูกชาย) ได้เช่นใด ในเมื่อไม่เคยมีผู้ใดแตะต้อง (ตัว) ฉัน และฉันไม่เคยเป็นหญิงเลว
قَالَ كَذَٰلِكِ قَالَ رَبُّكِ هُوَ عَلَيَّ هَيِّنٞۖ وَلِنَجۡعَلَهُۥٓ ءَايَةٗ لِّلنَّاسِ وَرَحۡمَةٗ مِّنَّاۚ وَكَانَ أَمۡرٗا مَّقۡضِيّٗا
เขากล่าวว่า กระนั้นก็เถิด พระผู้อภิบาลของเธอกล่าวว่า มันง่ายสำหรับฉัน และเพื่อเราจะได้ทำให้เขาเป็นสัญญาณหนึ่งสำหรับมนุษยชาติ และเป็นความเมตตาจากเรา และมันเป็นเรื่องที่ถูกกำหนดไว้แล้ว
۞فَحَمَلَتۡهُ فَٱنتَبَذَتۡ بِهِۦ مَكَانٗا قَصِيّٗا
แล้วนางได้อุ้มท้องเขา และพาเขาปลีกตัวไปยังสถานที่แห่งหนึ่งที่อยู่ไกล
فَأَجَآءَهَا ٱلۡمَخَاضُ إِلَىٰ جِذۡعِ ٱلنَّخۡلَةِ قَالَتۡ يَٰلَيۡتَنِي مِتُّ قَبۡلَ هَٰذَا وَكُنتُ نَسۡيٗا مَّنسِيّٗا
แล้วการเจ็บท้องคลอดของนางได้พานางมาถึงโคนต้นอินทผลัม นางกล่าวว่า นี่ ถ้าฉันตายไปเสียก่อนหน้านี้ และ (ถ้า) ฉันเป็นของไร้ค่าที่ถูกลืมก็คงดี
فَنَادَىٰهَا مِن تَحۡتِهَآ أَلَّا تَحۡزَنِي قَدۡ جَعَلَ رَبُّكِ تَحۡتَكِ سَرِيّٗا
แล้วเขา (ญิบรีล หรืออีซา) ได้เรียกนางจากทางเบื้องล่างของมัน ว่า อย่าได้เศร้าใจเลย แน่แท้ พระผู้อภิบาลของเธอได้ให้มีสายน้ำไหลอยู่ทางเบื้องล่างของเธอแล้ว
وَهُزِّيٓ إِلَيۡكِ بِجِذۡعِ ٱلنَّخۡلَةِ تُسَٰقِطۡ عَلَيۡكِ رُطَبٗا جَنِيّٗا
และเธอจงเขย่าโคนต้นอินทผลัม (ให้โน้ม) มาทางตัวเธอเถิด มันจะสลัดอินทผลัมสุกงอมลงมาบนตัวเธอ
فَكُلِي وَٱشۡرَبِي وَقَرِّي عَيۡنٗاۖ فَإِمَّا تَرَيِنَّ مِنَ ٱلۡبَشَرِ أَحَدٗا فَقُولِيٓ إِنِّي نَذَرۡتُ لِلرَّحۡمَٰنِ صَوۡمٗا فَلَنۡ أُكَلِّمَ ٱلۡيَوۡمَ إِنسِيّٗا
ดังนั้น จงกิน จงดื่ม และจงชื่นตาสบายใจเถิด แล้วหากเธอพบเห็นคน ๆ ใด ก็จงบอก (ใบ้ไป) ว่า แท้จริงฉันได้บนถือศีล (เงียบ) ต่อผู้ทรงเมตตาอยู่ ดังนั้นฉันจะไม่พูดกับผู้ใดเลยในวันนี้
فَأَتَتۡ بِهِۦ قَوۡمَهَا تَحۡمِلُهُۥۖ قَالُواْ يَٰمَرۡيَمُ لَقَدۡ جِئۡتِ شَيۡ‍ٔٗا فَرِيّٗا
แล้วนางได้พาเขามาหาหมู่ชนของนางโดยอุ้มเขามา พวกเขากล่าวว่า โอ้ มัรยัม แน่แท้ เธอได้ก่อเรื่องใหญ่แล้ว
يَٰٓأُخۡتَ هَٰرُونَ مَا كَانَ أَبُوكِ ٱمۡرَأَ سَوۡءٖ وَمَا كَانَتۡ أُمُّكِ بَغِيّٗا
โอ้ น้องสาวของฮารูนเอ๋ย พ่อของเธอไม่เคยเป็นคนชั่ว และแม่ของเธอไม่เคยเป็นหญิงเลว
فَأَشَارَتۡ إِلَيۡهِۖ قَالُواْ كَيۡفَ نُكَلِّمُ مَن كَانَ فِي ٱلۡمَهۡدِ صَبِيّٗا
นางจึงได้ชี้ไปทางเขา (อีซา ให้ตอบ) พวกเขากล่าวว่า พวกเราจะพูดกับเด็กน้อยที่ยังอยู่ในเปลได้เช่นใด
قَالَ إِنِّي عَبۡدُ ٱللَّهِ ءَاتَىٰنِيَ ٱلۡكِتَٰبَ وَجَعَلَنِي نَبِيّٗا
เขา (อีซา) กล่าวว่า แท้จริง ฉันเป็นบ่าวของอัลลอฮ์ พระองค์ประทานคัมภีร์แก่ฉัน และทรงตั้งฉันเป็นผู้เผยวจนะ
وَجَعَلَنِي مُبَارَكًا أَيۡنَ مَا كُنتُ وَأَوۡصَٰنِي بِٱلصَّلَوٰةِ وَٱلزَّكَوٰةِ مَا دُمۡتُ حَيّٗا
และพระองค์ทรงทำให้ฉันได้รับความจำเริญไม่ว่าฉันจะอยู่ที่ใด และทรงสั่งใช้ฉันในเรื่องละหมาดและซะกาตตราบที่ฉันมีชีวิตอยู่
وَبَرَّۢا بِوَٰلِدَتِي وَلَمۡ يَجۡعَلۡنِي جَبَّارٗا شَقِيّٗا
และ (ทรงทำให้ฉัน) เป็นผู้กตัญญูต่อแม่ของฉัน และไม่ทรงทำให้ฉันเป็นผู้หยิ่งยะโส ผู้อาภัพ
وَٱلسَّلَٰمُ عَلَيَّ يَوۡمَ وُلِدتُّ وَيَوۡمَ أَمُوتُ وَيَوۡمَ أُبۡعَثُ حَيّٗا
และขอความสันติจงมีแก่ฉันในวันที่ฉันเกิด และวันที่ฉันตาย และวันที่ฉันถูกทำให้ฟื้นคืนชีพ