ข้ามไปยังเนื้อหา
สารบัญอัลกุรอาน ค้นอายะฮ์ตามหมวดหมู่
หัวข้อที่ 1765
الأبناء

บุตรชาย

Sons · 46 อายะฮ์ จาก 19 ซูเราะฮ์

กระจายอยู่ใน 19 ซูเราะฮ์

กดแท่งเพื่อดูเฉพาะซูเราะฮ์นั้น

ซูเราะฮ์ที่ 2 الْبَقَرَة البقرة

وَلَقَدۡ ءَاتَيۡنَا مُوسَى ٱلۡكِتَٰبَ وَقَفَّيۡنَا مِنۢ بَعۡدِهِۦ بِٱلرُّسُلِۖ وَءَاتَيۡنَا عِيسَى ٱبۡنَ مَرۡيَمَ ٱلۡبَيِّنَٰتِ وَأَيَّدۡنَٰهُ بِرُوحِ ٱلۡقُدُسِۗ أَفَكُلَّمَا جَآءَكُمۡ رَسُولُۢ بِمَا لَا تَهۡوَىٰٓ أَنفُسُكُمُ ٱسۡتَكۡبَرۡتُمۡ فَفَرِيقٗا كَذَّبۡتُمۡ وَفَرِيقٗا تَقۡتُلُونَ
และแน่นอนเราได้ประทานคัมภีร์แก่มูซา และเราให้มีศาสนทูตหลายคนต่อมาจากเขา และเราได้ประทานหลักฐานอันชัดแจ้งแก่อีซาบุตรแห่งมัรยัม และหนุนเขาด้วยวิญญาณบริสุทธิ์ (ญิบรีล) แล้วทุกครั้งที่มีศาสนทูตคนใดมายังพวกเจ้านำสิ่งที่ใจของพวกเจ้าไม่ปรารถนามา พวกเจ้าก็จะโอหัง แล้ว (ศาสนทูต) กลุ่มหนึ่งพวกเจ้าก็หาว่าโกหก และ (ศาสนทูต) อีกกลุ่มหนึ่งพวกเจ้าก็เข่นฆ่าน่ะหรือ!?
وَقَالُواْ ٱتَّخَذَ ٱللَّهُ وَلَدٗاۗ سُبۡحَٰنَهُۥۖ بَل لَّهُۥ مَا فِي ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَٱلۡأَرۡضِۖ كُلّٞ لَّهُۥ قَٰنِتُونَ
และพวกเขากล่าวว่า อัลลอฮ์ทรงตั้งพระบุตรองค์หนึ่ง มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่พระองค์ ทว่า สิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินเป็นของพระองค์ ทั้งหมดล้วนเป็นผู้ภักดีต่อพระองค์
أَمۡ كُنتُمۡ شُهَدَآءَ إِذۡ حَضَرَ يَعۡقُوبَ ٱلۡمَوۡتُ إِذۡ قَالَ لِبَنِيهِ مَا تَعۡبُدُونَ مِنۢ بَعۡدِيۖ قَالُواْ نَعۡبُدُ إِلَٰهَكَ وَإِلَٰهَ ءَابَآئِكَ إِبۡرَٰهِ‍ۧمَ وَإِسۡمَٰعِيلَ وَإِسۡحَٰقَ إِلَٰهٗا وَٰحِدٗا وَنَحۡنُ لَهُۥ مُسۡلِمُونَ
หรือว่าพวกเจ้าอยู่ร่วมด้วย เมื่อวาระสุดท้ายมาถึงยะอฺกูบ เมื่อเขากล่าวแก่ลูก ๆ ของเขาว่า พวกเจ้าจะสักการะสิ่งใดหลังจากฉัน (จากไปแล้ว) พวกเขากล่าวว่า เราสักการะพระเจ้าของท่าน และพระเจ้าของอิบรอฮีม อิสมาอีล และอิสฮาก เป็นพระเจ้าองค์เดียว และพวกเราเป็นผู้สวามิภักดิ์ (มุสลิม) ต่อพระองค์
۞تِلۡكَ ٱلرُّسُلُ فَضَّلۡنَا بَعۡضَهُمۡ عَلَىٰ بَعۡضٖۘ مِّنۡهُم مَّن كَلَّمَ ٱللَّهُۖ وَرَفَعَ بَعۡضَهُمۡ دَرَجَٰتٖۚ وَءَاتَيۡنَا عِيسَى ٱبۡنَ مَرۡيَمَ ٱلۡبَيِّنَٰتِ وَأَيَّدۡنَٰهُ بِرُوحِ ٱلۡقُدُسِۗ وَلَوۡ شَآءَ ٱللَّهُ مَا ٱقۡتَتَلَ ٱلَّذِينَ مِنۢ بَعۡدِهِم مِّنۢ بَعۡدِ مَا جَآءَتۡهُمُ ٱلۡبَيِّنَٰتُ وَلَٰكِنِ ٱخۡتَلَفُواْ فَمِنۡهُم مَّنۡ ءَامَنَ وَمِنۡهُم مَّن كَفَرَۚ وَلَوۡ شَآءَ ٱللَّهُ مَا ٱقۡتَتَلُواْ وَلَٰكِنَّ ٱللَّهَ يَفۡعَلُ مَا يُرِيدُ
ศาสนทูตเหล่านั้น เราโปรดพวกเขาบางคนเหนือกว่าอีกบางคน ในพวกเขามีผู้ที่อัลลอฮ์ทรงสนทนาด้วย และทรงยกพวกเขาบางคนขึ้นหลาย ๆ ขั้น และเราประทานหลักฐานอันชัดแจ้งต่าง ๆ แก่อีซาบุตรแห่งมัรยัม และเราเสริมเขาด้วยวิญญาณบริสุทธิ์ (ญิบรีล) และมาตรว่าอัลลอฮ์ทรงประสงค์ บรรดาผู้อยู่หลังจากพวกเขาจะไม่เข่นฆ่ากันหลังจากที่ได้มีหลักฐานอันชัดเจนมายังพวกเขาแล้ว แต่พวกเขาขัดแย้งกัน แล้วในพวกเขามีผู้ศรัทธาและในพวกเขามีผู้ปฏิเสธ และมาตรว่าอัลลอฮ์ทรงประสงค์ พวกเขาจะไม่เข่นฆ่ากัน แต่อัลลอฮ์นั้นทรงทำตามที่ทรงประสงค์

ซูเราะฮ์ที่ 3 آلِ عِمْرَان آل عمران

قَالَ رَبِّ أَنَّىٰ يَكُونُ لِي غُلَٰمٞ وَقَدۡ بَلَغَنِيَ ٱلۡكِبَرُ وَٱمۡرَأَتِي عَاقِرٞۖ قَالَ كَذَٰلِكَ ٱللَّهُ يَفۡعَلُ مَا يَشَآءُ
เขากล่าวว่า โอ้ พระผู้อภิบาลของฉัน ฉันจะมีบุตรชายได้เช่นใด ขณะที่ความชรานั้นมาถึงฉันแล้วและผู้หญิง (ภรรยา) ของฉันเป็นหมัน เขากล่าวว่า กระนั้นก็ตาม อัลลอฮ์ทรงทำตามที่ทรงประสงค์
إِذۡ قَالَتِ ٱلۡمَلَٰٓئِكَةُ يَٰمَرۡيَمُ إِنَّ ٱللَّهَ يُبَشِّرُكِ بِكَلِمَةٖ مِّنۡهُ ٱسۡمُهُ ٱلۡمَسِيحُ عِيسَى ٱبۡنُ مَرۡيَمَ وَجِيهٗا فِي ٱلدُّنۡيَا وَٱلۡأٓخِرَةِ وَمِنَ ٱلۡمُقَرَّبِينَ
ครั้นเมื่อมลาอิกะฮ์กล่าวว่า มัรยัมเอ๋ย อัลลอฮ์นั้นทรงแจ้งข่าวดีแก่เธอถึงพจนารถหนึ่งจากพระองค์ ชื่อของเขาคือ อัล-มะซีห์ (ผู้ลูบรักษา) อีซาบุตรแห่งมัรยัม เป็นผู้มีเกียรติทั้งในโลกนี้และโลกสุดท้าย และจะอยู่ในหมู่ผู้ใกล้ชิด (อัลลอฮ์)
فَمَنۡ حَآجَّكَ فِيهِ مِنۢ بَعۡدِ مَا جَآءَكَ مِنَ ٱلۡعِلۡمِ فَقُلۡ تَعَالَوۡاْ نَدۡعُ أَبۡنَآءَنَا وَأَبۡنَآءَكُمۡ وَنِسَآءَنَا وَنِسَآءَكُمۡ وَأَنفُسَنَا وَأَنفُسَكُمۡ ثُمَّ نَبۡتَهِلۡ فَنَجۡعَل لَّعۡنَتَ ٱللَّهِ عَلَى ٱلۡكَٰذِبِينَ
ดังนั้นผู้ใดโต้แย้งเจ้าในเรื่องของเขา (อีซา) หลังจากที่ความรู้มีมายังเจ้าแล้ว ก็จงกล่าวว่า มาเถิด ให้พวกเราเรียกบรรดาลูกของพวกเราและบรรดาลูกของพวกท่าน บรรดาสตรี (ภรรยา) ของพวกเราและบรรดาสตรี (ภรรยา) ของพวกท่าน ตัวของพวกเราและตัวของพวกท่าน จากนั้นให้พวกเราวิงวอน แล้วให้พวกเราขอให้การสาปของอัลลอฮ์ประสบแก่บรรดาผู้โกหก

ซูเราะฮ์ที่ 4 النِّسَاء النساء

يُوصِيكُمُ ٱللَّهُ فِيٓ أَوۡلَٰدِكُمۡۖ لِلذَّكَرِ مِثۡلُ حَظِّ ٱلۡأُنثَيَيۡنِۚ فَإِن كُنَّ نِسَآءٗ فَوۡقَ ٱثۡنَتَيۡنِ فَلَهُنَّ ثُلُثَا مَا تَرَكَۖ وَإِن كَانَتۡ وَٰحِدَةٗ فَلَهَا ٱلنِّصۡفُۚ وَلِأَبَوَيۡهِ لِكُلِّ وَٰحِدٖ مِّنۡهُمَا ٱلسُّدُسُ مِمَّا تَرَكَ إِن كَانَ لَهُۥ وَلَدٞۚ فَإِن لَّمۡ يَكُن لَّهُۥ وَلَدٞ وَوَرِثَهُۥٓ أَبَوَاهُ فَلِأُمِّهِ ٱلثُّلُثُۚ فَإِن كَانَ لَهُۥٓ إِخۡوَةٞ فَلِأُمِّهِ ٱلسُّدُسُۚ مِنۢ بَعۡدِ وَصِيَّةٖ يُوصِي بِهَآ أَوۡ دَيۡنٍۗ ءَابَآؤُكُمۡ وَأَبۡنَآؤُكُمۡ لَا تَدۡرُونَ أَيُّهُمۡ أَقۡرَبُ لَكُمۡ نَفۡعٗاۚ فَرِيضَةٗ مِّنَ ٱللَّهِۗ إِنَّ ٱللَّهَ كَانَ عَلِيمًا حَكِيمٗا
อัลลอฮ์ทรงสั่งพวกเจ้า เกี่ยวกับลูก ๆ ของพวกเจ้า (ลูก) ชายหนึ่งคนจะได้รับเท่ากับส่วนของ (ลูก) หญิงสองคน และถ้ามีหญิงเกินสองคน พวกนางจะได้รับสองในสามของ (มรดก) ที่เขาทิ้งไว้ แต่หากเป็นคนเดียว นางจะได้รับครึ่งหนึ่ง และพ่อแม่ของเขาแต่ละคนจะได้รับหนึ่งในหกจาก (มรดก) ที่เขาทิ้งไว้ถ้าเขา (ผู้ตาย) มีบุตรหลาน แต่ถ้าเขาไม่มีบุตรหลาน และมีพ่อแม่ของเขารับมรดกเขา แม่จะได้รับหนึ่งในสาม แล้วหากเขามีพี่น้องหลายคน แม่ของเขาจะได้รับหนึ่งในหก หลังจาก (จ่าย) พินัยกรรมที่เขาสั่งเสียไว้ หรือ (หลังจากชำระ) หนี้สิน พ่อของพวกเจ้าก็ดีและลูกของพวกเจ้าก็ดี พวกเจ้าไม่รู้หรอกว่าพวกเขาคนใดใกล้พวกเจ้ากว่าในทางคุณ เป็นบัญญัติจากอัลลอฮ์ อัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงปรีชาญาณ
حُرِّمَتۡ عَلَيۡكُمۡ أُمَّهَٰتُكُمۡ وَبَنَاتُكُمۡ وَأَخَوَٰتُكُمۡ وَعَمَّٰتُكُمۡ وَخَٰلَٰتُكُمۡ وَبَنَاتُ ٱلۡأَخِ وَبَنَاتُ ٱلۡأُخۡتِ وَأُمَّهَٰتُكُمُ ٱلَّٰتِيٓ أَرۡضَعۡنَكُمۡ وَأَخَوَٰتُكُم مِّنَ ٱلرَّضَٰعَةِ وَأُمَّهَٰتُ نِسَآئِكُمۡ وَرَبَٰٓئِبُكُمُ ٱلَّٰتِي فِي حُجُورِكُم مِّن نِّسَآئِكُمُ ٱلَّٰتِي دَخَلۡتُم بِهِنَّ فَإِن لَّمۡ تَكُونُواْ دَخَلۡتُم بِهِنَّ فَلَا جُنَاحَ عَلَيۡكُمۡ وَحَلَٰٓئِلُ أَبۡنَآئِكُمُ ٱلَّذِينَ مِنۡ أَصۡلَٰبِكُمۡ وَأَن تَجۡمَعُواْ بَيۡنَ ٱلۡأُخۡتَيۡنِ إِلَّا مَا قَدۡ سَلَفَۗ إِنَّ ٱللَّهَ كَانَ غَفُورٗا رَّحِيمٗا
ถูกห้ามแก่พวกเจ้า คือแม่ของพวกเจ้า ลูกสาวของพวกเจ้า พี่น้องหญิงของพวกเจ้า พี่น้องหญิงของพ่อของพวกเจ้า พี่น้องหญิงของแม่ของพวกเจ้า ลูกสาวของพี่น้องชายของพวกเจ้า ลูกสาวของพี่น้องหญิงของพวกเจ้า แม่ของพวกเจ้าที่ให้นมพวกเจ้า แม่ของหญิง (ภริยา) ของพวกเจ้า ลูกเลี้ยงของพวกเจ้าที่อยู่ในตักของพวกเจ้าจากหญิง (ภริยา) ของพวกเจ้าที่พวกเจ้าได้เข้านางแล้ว และถ้าพวกเจ้ายังไม่ได้เข้านาง ย่อมไม่เป็นบาปใดแก่พวกเจ้า ภริยาของลูกชายของพวกเจ้าที่มาจากเชื้อสายของพวกเจ้า และการรวมพี่น้องหญิง เว้นแต่ที่ผ่านไปแล้ว อัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงอภัย ผู้ทรงปรานีเสมอ
وَبِكُفۡرِهِمۡ وَقَوۡلِهِمۡ عَلَىٰ مَرۡيَمَ بُهۡتَٰنًا عَظِيمٗا
และเพราะการปฏิเสธของพวกเขา และคำพูดใส่ร้ายอันมหันต์ของพวกเขาต่อมัรยัม
وَقَوۡلِهِمۡ إِنَّا قَتَلۡنَا ٱلۡمَسِيحَ عِيسَى ٱبۡنَ مَرۡيَمَ رَسُولَ ٱللَّهِ وَمَا قَتَلُوهُ وَمَا صَلَبُوهُ وَلَٰكِن شُبِّهَ لَهُمۡۚ وَإِنَّ ٱلَّذِينَ ٱخۡتَلَفُواْ فِيهِ لَفِي شَكّٖ مِّنۡهُۚ مَا لَهُم بِهِۦ مِنۡ عِلۡمٍ إِلَّا ٱتِّبَاعَ ٱلظَّنِّۚ وَمَا قَتَلُوهُ يَقِينَۢا
และคำพูดของพวกเขาว่า เรานั้นได้สังหารอัล-มะซีห์ (ผู้ลูบรักษา) อีซาบุตรแห่งมัรยัม ผู้เป็นศาสนทูตของอัลลอฮ์ และพวกเขาไม่ได้สังหารเขา และพวกเขาไม่ได้ตรึงกางเขนเขา แต่ถูกทำให้ละม้าย (เช่นนั้น) แก่พวกเขา และบรรดาผู้ขัดแย้งในตัวเขานั้น อยู่ในการสงสัย พวกเขาไม่มีความรู้ (ในการนี้) เว้นแต่การคาดเดา และพวกเขาไม่ได้สังหารเขาโดยแน่ใจ
يَٰٓأَهۡلَ ٱلۡكِتَٰبِ لَا تَغۡلُواْ فِي دِينِكُمۡ وَلَا تَقُولُواْ عَلَى ٱللَّهِ إِلَّا ٱلۡحَقَّۚ إِنَّمَا ٱلۡمَسِيحُ عِيسَى ٱبۡنُ مَرۡيَمَ رَسُولُ ٱللَّهِ وَكَلِمَتُهُۥٓ أَلۡقَىٰهَآ إِلَىٰ مَرۡيَمَ وَرُوحٞ مِّنۡهُۖ فَ‍َٔامِنُواْ بِٱللَّهِ وَرُسُلِهِۦۖ وَلَا تَقُولُواْ ثَلَٰثَةٌۚ ٱنتَهُواْ خَيۡرٗا لَّكُمۡۚ إِنَّمَا ٱللَّهُ إِلَٰهٞ وَٰحِدٞۖ سُبۡحَٰنَهُۥٓ أَن يَكُونَ لَهُۥ وَلَدٞۘ لَّهُۥ مَا فِي ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَمَا فِي ٱلۡأَرۡضِۗ وَكَفَىٰ بِٱللَّهِ وَكِيلٗا
โอ้ ชาวคัมภีร์ทั้งหลาย อย่าเกินเลยในศาสนาของพวกเจ้า และอย่ากล่าว (สิ่งใด) เกี่ยวกับอัลลอฮ์ เว้นแต่ความจริง อัล-มะซีห์ (ผู้ลูบรักษา) อีซาบุตรแห่งมัรยัมนั้น เป็นเพียงศาสนทูตของอัลลอฮ์ และเป็นถ้อยคำ (จงเป็น) ของพระองค์ ที่พระองค์ตรัสแก่มัรยัม และเป็นวิญญาณหนึ่งจากพระองค์ ดังนั้นจงศรัทธาในอัลลอฮ์ และศาสนทูตทั้งหลายของพระองค์เถิด และจงอย่ากล่าวว่า สาม(*อีซาเป็นหนึ่งในสาม หรือตรีเอกานุภาพ) จงเลิกมันเสีย เป็นการดีกว่าสำหรับพวกเจ้า อัลลอฮ์เป็นพระเจ้าเพียงองค์เดียวเท่านั้น มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่พระองค์เกินกว่าที่พระองค์จะมีพระบุตร สิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลายและสิ่งที่อยู่ในแผ่นดินเป็นของพระองค์เท่านั้น และเพียงพอแล้วที่อัลลอฮ์เป็นผู้ทรงรับการมอบหมาย

ซูเราะฮ์ที่ 5 الْمَائِدَة المائدة

لَّقَدۡ كَفَرَ ٱلَّذِينَ قَالُوٓاْ إِنَّ ٱللَّهَ هُوَ ٱلۡمَسِيحُ ٱبۡنُ مَرۡيَمَۚ قُلۡ فَمَن يَمۡلِكُ مِنَ ٱللَّهِ شَيۡ‍ًٔا إِنۡ أَرَادَ أَن يُهۡلِكَ ٱلۡمَسِيحَ ٱبۡنَ مَرۡيَمَ وَأُمَّهُۥ وَمَن فِي ٱلۡأَرۡضِ جَمِيعٗاۗ وَلِلَّهِ مُلۡكُ ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَٱلۡأَرۡضِ وَمَا بَيۡنَهُمَاۚ يَخۡلُقُ مَا يَشَآءُۚ وَٱللَّهُ عَلَىٰ كُلِّ شَيۡءٖ قَدِيرٞ
แน่แท้ บรรดาผู้ที่กล่าวว่า อัลลอฮ์นั้น คือ อัล-มะซีห์ (*ผู้ลูบรักษา) บุตรแห่งมัรยัม ได้ปฏิเสธ (*หมายถึงกลายเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธาแล้ว) แล้ว จงกล่าวว่า แล้วผู้ใดเล่าจะมีสิทธิ์ใด (ขัดขวาง) จากอัลลอฮ์ได้ ถ้าพระองค์ทรงประสงค์จะทำลาย อัล-มะซีห์ บุตรของมัรยัมและแม่ของเขา และผู้ที่อยู่ในแผ่นดินทั้งหมด และกรรมสิทธิ์แห่งชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินและสิ่งที่อยู่ระหว่างนั้นเป็นของอัลลอฮ์เท่านั้น พระองค์ทรงสร้างตามที่ทรงประสงค์ และอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงปรีชาญาณเหนือทุกสิ่ง
۞وَٱتۡلُ عَلَيۡهِمۡ نَبَأَ ٱبۡنَيۡ ءَادَمَ بِٱلۡحَقِّ إِذۡ قَرَّبَا قُرۡبَانٗا فَتُقُبِّلَ مِنۡ أَحَدِهِمَا وَلَمۡ يُتَقَبَّلۡ مِنَ ٱلۡأٓخَرِ قَالَ لَأَقۡتُلَنَّكَۖ قَالَ إِنَّمَا يَتَقَبَّلُ ٱللَّهُ مِنَ ٱلۡمُتَّقِينَ
และจงอ่านเรื่องราวของบุตรสองคนแห่งอาดัมตามความเป็นจริงแก่พวกเขาเถิด ครั้นเมื่อทั้งสองถวายสิ่งพลี แล้วมันถูกรับจากคนหนึ่งในสองนั้น และไม่ถูกรับจากอีกคนหนึ่ง เขากล่าวว่า ฉันจะฆ่าเจ้าแน่ เขา (อีกคน) กล่าวว่า อัลลอฮ์ทรงตอบรับจากบรรดาผู้มีความยำเกรงเท่านั้น
وَقَفَّيۡنَا عَلَىٰٓ ءَاثَٰرِهِم بِعِيسَى ٱبۡنِ مَرۡيَمَ مُصَدِّقٗا لِّمَا بَيۡنَ يَدَيۡهِ مِنَ ٱلتَّوۡرَىٰةِۖ وَءَاتَيۡنَٰهُ ٱلۡإِنجِيلَ فِيهِ هُدٗى وَنُورٞ وَمُصَدِّقٗا لِّمَا بَيۡنَ يَدَيۡهِ مِنَ ٱلتَّوۡرَىٰةِ وَهُدٗى وَمَوۡعِظَةٗ لِّلۡمُتَّقِينَ
และเราได้ให้มีอีซาบุตรมัรยัม มาเจริญรอยตามพวกเขา เป็นผู้รับรองสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าเขา คือเตารอต และเราได้มอบอินญีลแก่เขา ในนั้นมีสิ่งนำทาง และแสงสว่าง และเป็นสิ่งรับรองที่อยู่เบื้องหน้ามันคือ เตารอต และเป็นสิ่งนำทาง และข้อเตือนใจสำหรับบรรดาผู้ยำเกรง
لَقَدۡ كَفَرَ ٱلَّذِينَ قَالُوٓاْ إِنَّ ٱللَّهَ هُوَ ٱلۡمَسِيحُ ٱبۡنُ مَرۡيَمَۖ وَقَالَ ٱلۡمَسِيحُ يَٰبَنِيٓ إِسۡرَٰٓءِيلَ ٱعۡبُدُواْ ٱللَّهَ رَبِّي وَرَبَّكُمۡۖ إِنَّهُۥ مَن يُشۡرِكۡ بِٱللَّهِ فَقَدۡ حَرَّمَ ٱللَّهُ عَلَيۡهِ ٱلۡجَنَّةَ وَمَأۡوَىٰهُ ٱلنَّارُۖ وَمَا لِلظَّٰلِمِينَ مِنۡ أَنصَارٖ
แน่แท้ บรรดาผู้กล่าวว่า อัลลอฮ์คือ อัล-มะซีห์ (ผู้ลูบรักษา) บุตรแห่งมัรยัม ได้ปฏิเสธแล้ว ขณะที่อัล-มะซีห์เองกล่าวว่า โอ้ วงศ์วานอิสรออีล จงสักการะอัลลอฮ์ พระผู้อภิบาลของฉัน และพระผู้อภิบาลของพวกท่าน ผู้ใดตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์นั้น แน่แท้อัลลอฮ์ได้ห้ามสวรรค์แก่เขาแล้ว และที่พำนักของเขาคือไฟนรก และจะไม่มีผู้ช่วยเหลือใดสำหรับบรรดาผู้ละเมิด
مَّا ٱلۡمَسِيحُ ٱبۡنُ مَرۡيَمَ إِلَّا رَسُولٞ قَدۡ خَلَتۡ مِن قَبۡلِهِ ٱلرُّسُلُ وَأُمُّهُۥ صِدِّيقَةٞۖ كَانَا يَأۡكُلَانِ ٱلطَّعَامَۗ ٱنظُرۡ كَيۡفَ نُبَيِّنُ لَهُمُ ٱلۡأٓيَٰتِ ثُمَّ ٱنظُرۡ أَنَّىٰ يُؤۡفَكُونَ
อัล-มะซีห์ (ผู้ลูบรักษา) บุตรแห่งมัรยัม เป็นเพียงศาสนทูตคนหนึ่งเท่านั้น ศาสนทูตทั้งหลายได้ล่วงลับไปก่อนเขาแล้ว และแม่ของเขาเป็นหญิงผู้มีสัจจะ ทั้งสองเคยรับประทานอาหาร จงดูเถิดว่า เราได้ทำให้โองการต่าง ๆ กระจ่างแจ้งแก่พวกเขาเช่นใด จากนั้นจงดูเถิดว่า พวกเขาถูกหันเหได้เช่นใด
لُعِنَ ٱلَّذِينَ كَفَرُواْ مِنۢ بَنِيٓ إِسۡرَٰٓءِيلَ عَلَىٰ لِسَانِ دَاوُۥدَ وَعِيسَى ٱبۡنِ مَرۡيَمَۚ ذَٰلِكَ بِمَا عَصَواْ وَّكَانُواْ يَعۡتَدُونَ
บรรดาผู้ปฏิเสธจากวงศ์วานอิสรออีล ได้ถูกสาป ด้วยคำของดาวูดและอีซาบุตรแห่งมัรยัม นั่นเพราะที่พวกเขาฝ่าฝืน และที่เคยละเมิด
إِذۡ قَالَ ٱلۡحَوَارِيُّونَ يَٰعِيسَى ٱبۡنَ مَرۡيَمَ هَلۡ يَسۡتَطِيعُ رَبُّكَ أَن يُنَزِّلَ عَلَيۡنَا مَآئِدَةٗ مِّنَ ٱلسَّمَآءِۖ قَالَ ٱتَّقُواْ ٱللَّهَ إِن كُنتُم مُّؤۡمِنِينَ
ครั้นเมื่อบรรดาสาวกกล่าวว่า โอ้ อีซาบุตรแห่งมัรยัม พระผู้อภิบาลของท่านสามารถประทานโต๊ะอาหารลงมาแก่พวกเราได้ไหม เขากล่าวว่า จงยำเกรงอัลลอฮ์เถิด ถ้าพวกเจ้าเป็นผู้ศรัทธาจริง
قَالَ عِيسَى ٱبۡنُ مَرۡيَمَ ٱللَّهُمَّ رَبَّنَآ أَنزِلۡ عَلَيۡنَا مَآئِدَةٗ مِّنَ ٱلسَّمَآءِ تَكُونُ لَنَا عِيدٗا لِّأَوَّلِنَا وَءَاخِرِنَا وَءَايَةٗ مِّنكَۖ وَٱرۡزُقۡنَا وَأَنتَ خَيۡرُ ٱلرَّٰزِقِينَ
อีซาบุตรแห่งมัรยัมกล่าวว่า โอ้ อัลลอฮ์ พระผู้อภิบาลของเรา โปรดประทานโต๊ะอาหารลงมาจากฟากฟ้าแก่เรา เพื่อเป็นการรื่นเริงแก่พวกเรา ทั้งคนแรกของเราและคนสุดท้ายของเรา และเป็นสัญญาณจากพระองค์ และโปรดให้ปัจจัยแก่พวกเรา และพระองค์ทรงเป็นเลิศแห่งผู้ประทานปัจจัย
وَإِذۡ قَالَ ٱللَّهُ يَٰعِيسَى ٱبۡنَ مَرۡيَمَ ءَأَنتَ قُلۡتَ لِلنَّاسِ ٱتَّخِذُونِي وَأُمِّيَ إِلَٰهَيۡنِ مِن دُونِ ٱللَّهِۖ قَالَ سُبۡحَٰنَكَ مَا يَكُونُ لِيٓ أَنۡ أَقُولَ مَا لَيۡسَ لِي بِحَقٍّۚ إِن كُنتُ قُلۡتُهُۥ فَقَدۡ عَلِمۡتَهُۥۚ تَعۡلَمُ مَا فِي نَفۡسِي وَلَآ أَعۡلَمُ مَا فِي نَفۡسِكَۚ إِنَّكَ أَنتَ عَلَّٰمُ ٱلۡغُيُوبِ
และครั้นเมื่ออัลลอฮ์ตรัสว่า โอ้ อีซาบุตรแห่งมัรยัม เจ้ากล่าวแก่ผู้คนทั้งหลายว่า จงยึดเอาฉันและแม่ของฉันเป็นพระเจ้าอื่นจากอัลลอฮ์หรือ? เขากล่าวว่า มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่พระองค์ ไม่ควรที่ฉันจะกล่าวในสิ่งที่ฉันไม่มีสิทธิ์เลย ถ้าฉันเคยกล่าวมัน แน่นอนพระองค์ย่อมรู้ดี พระองค์ทรงรู้ในสิ่งที่อยู่ในตัวของฉัน และฉันไม่รู้ที่อยู่ในใจพระองค์ พระองค์นั้น คือผู้ทรงรอบรู้ในสิ่งเร้นลับทั้งหลาย

ซูเราะฮ์ที่ 6 الْأَنْعَام الأنعام

وَجَعَلُواْ لِلَّهِ شُرَكَآءَ ٱلۡجِنَّ وَخَلَقَهُمۡۖ وَخَرَقُواْ لَهُۥ بَنِينَ وَبَنَٰتِۢ بِغَيۡرِ عِلۡمٖۚ سُبۡحَٰنَهُۥ وَتَعَٰلَىٰ عَمَّا يَصِفُونَ
และพวกเขาตั้งภาคีแห่งญินขึ้นต่ออัลลอฮ์ ทั้ง ๆ ที่พระองค์ทรงสร้างพวกเขา และพวกเขาได้กุแก่พระองค์ว่าทรงมีบุตรชายและบุตรสาวโดยปราศจากความรู้ มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่พระองค์และทรงสูงส่งเกินกว่าที่พวกเขาพรรณนาเอาไว้

ซูเราะฮ์ที่ 9 التَّوْبَة التوبة

وَقَالَتِ ٱلۡيَهُودُ عُزَيۡرٌ ٱبۡنُ ٱللَّهِ وَقَالَتِ ٱلنَّصَٰرَى ٱلۡمَسِيحُ ٱبۡنُ ٱللَّهِۖ ذَٰلِكَ قَوۡلُهُم بِأَفۡوَٰهِهِمۡۖ يُضَٰهِ‍ُٔونَ قَوۡلَ ٱلَّذِينَ كَفَرُواْ مِن قَبۡلُۚ قَٰتَلَهُمُ ٱللَّهُۖ أَنَّىٰ يُؤۡفَكُونَ
และชาวยิวกล่าวว่า อุซัยรฺ (เอษรา) เป็นบุตรแห่งอัลลอฮ์ และชาวคริสต์กล่าวว่า อัล-มะซีห์ (ผู้ลูบรักษา) เป็นบุตรแห่งอัลลอฮ์ นั่นเป็นคำกล่าว (อ้าง) ของพวกเขาจากปากของพวกเขาเอง พวกเขาเลียนแบบคำพูดของบรรดาผู้ปฏิเสธที่อยู่ก่อนหน้า ขออัลลอฮ์ทรงลงโทษพวกเขาให้หนัก ไฉนเล่าพวกเขาถูกทำให้หันเหไปได้?
ٱتَّخَذُوٓاْ أَحۡبَارَهُمۡ وَرُهۡبَٰنَهُمۡ أَرۡبَابٗا مِّن دُونِ ٱللَّهِ وَٱلۡمَسِيحَ ٱبۡنَ مَرۡيَمَ وَمَآ أُمِرُوٓاْ إِلَّا لِيَعۡبُدُوٓاْ إِلَٰهٗا وَٰحِدٗاۖ لَّآ إِلَٰهَ إِلَّا هُوَۚ سُبۡحَٰنَهُۥ عَمَّا يُشۡرِكُونَ
พวกเขายึดเอารับบี (นักวิชาการยิว) ของพวกเขา และบาทหลวง (คริสต์) ของพวกเขาเป็นพระผู้อภิบาลอื่นจากอัลลอฮ์ และ (ยึดเอา) อัล-มะซีห์ (ผู้ลูบรักษา) บุตรแห่งมัรยัมด้วย ทั้ง ๆ ที่พวกเขาไม่ได้ถูกบัญชาเว้นแต่เพื่อให้สักการะพระเจ้าองค์เดียว ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ พระองค์ทรงบริสุทธิ์จากสิ่งที่พวกเขาตั้งภาคี

ซูเราะฮ์ที่ 11 هُود هود

وَهِيَ تَجۡرِي بِهِمۡ فِي مَوۡجٖ كَٱلۡجِبَالِ وَنَادَىٰ نُوحٌ ٱبۡنَهُۥ وَكَانَ فِي مَعۡزِلٖ يَٰبُنَيَّ ٱرۡكَب مَّعَنَا وَلَا تَكُن مَّعَ ٱلۡكَٰفِرِينَ
และมันแล่นพาพวกเขาท่ามกลางคลื่นเทียมภูเขา และนูห์ได้ร้องเรียกลูกชายของเขา ขณะที่กำลังอยู่โดดเดี่ยวออกไป ลูกรักของฉันเอ๋ย จงขึ้น (เรือ) มากับพวกเราเถิด และอย่าอยู่ร่วมกับบรรดาผู้ปฏิเสธเลย
وَنَادَىٰ نُوحٞ رَّبَّهُۥ فَقَالَ رَبِّ إِنَّ ٱبۡنِي مِنۡ أَهۡلِي وَإِنَّ وَعۡدَكَ ٱلۡحَقُّ وَأَنتَ أَحۡكَمُ ٱلۡحَٰكِمِينَ
และนูห์ได้ร้องเรียนพระผู้อภิบาลของเขา แล้วกล่าวว่า พระผู้อภิบาลของฉัน! แท้จริงลูกของฉันเป็นคนในครอบครัวของฉัน และแท้จริงสัญญาของพระองค์เป็นจริง และพระองค์เป็นผู้ตัดสินเที่ยงธรรมยิ่งในหมู่ผู้ตัดสิน

ซูเราะฮ์ที่ 12 يُوسُف يوسف

قَالَ يَٰبُنَيَّ لَا تَقۡصُصۡ رُءۡيَاكَ عَلَىٰٓ إِخۡوَتِكَ فَيَكِيدُواْ لَكَ كَيۡدًاۖ إِنَّ ٱلشَّيۡطَٰنَ لِلۡإِنسَٰنِ عَدُوّٞ مُّبِينٞ
เขากล่าวว่า ลูกรักของฉัน เธอจงอย่าเล่าความฝันของเจ้าแก่พี่น้องของเจ้า หาไม่แล้วพวกเขาจะวางอุบายต่อเจ้า แท้จริงมารเป็นศัตรูอันชัดแจ้งสำหรับมนุษย์
ٱرۡجِعُوٓاْ إِلَىٰٓ أَبِيكُمۡ فَقُولُواْ يَٰٓأَبَانَآ إِنَّ ٱبۡنَكَ سَرَقَ وَمَا شَهِدۡنَآ إِلَّا بِمَا عَلِمۡنَا وَمَا كُنَّا لِلۡغَيۡبِ حَٰفِظِينَ
พวกท่านจงกลับไปหาพ่อของพวกท่านเถิด แล้วจงกล่าวว่า พ่อของพวกเราเอ๋ย แท้จริงลูกของท่านได้ขโมย และเราไม่เป็นพยาน (ในการใด) เว้นแต่ในสิ่งที่เรารู้เท่านั้น และเราไม่ได้เป็นผู้เก็บงำความเร้นลับ (*ไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นในขณะทำสัญญากับพ่อ)
يَٰبَنِيَّ ٱذۡهَبُواْ فَتَحَسَّسُواْ مِن يُوسُفَ وَأَخِيهِ وَلَا تَاْيۡ‍َٔسُواْ مِن رَّوۡحِ ٱللَّهِۖ إِنَّهُۥ لَا يَاْيۡ‍َٔسُ مِن رَّوۡحِ ٱللَّهِ إِلَّا ٱلۡقَوۡمُ ٱلۡكَٰفِرُونَ
ลูก ๆ ของฉันเอ๋ย พวกเจ้าจงไปเถิด แล้วจงไปสืบหายูซุฟกับน้องของเขา และจงอย่าสิ้นหวังในเมตตาของอัลลอฮ์ แท้จริงไม่มีผู้ใดสิ้นหวังในเมตตาของอัลลอฮ์เว้นแต่หมู่ชนผู้ปฏิเสธ

ซูเราะฮ์ที่ 19 مَرْيَم مريم

قَالَ رَبِّ أَنَّىٰ يَكُونُ لِي غُلَٰمٞ وَكَانَتِ ٱمۡرَأَتِي عَاقِرٗا وَقَدۡ بَلَغۡتُ مِنَ ٱلۡكِبَرِ عِتِيّٗا
เขา (ซะกะรียา) กล่าวว่า พระผู้อภิบาลของฉัน ฉันจะมีเด็กน้อย (ลูก) ได้เช่นใด ในเมื่อภรรยาของฉันเป็นหมัน และฉันได้บรรลุถึงวัยชราแล้ว
ذَٰلِكَ عِيسَى ٱبۡنُ مَرۡيَمَۖ قَوۡلَ ٱلۡحَقِّ ٱلَّذِي فِيهِ يَمۡتَرُونَ
นั่นคืออีซา บุตรแห่งมัรยัม ถ้อยคำสัจจริง ที่พวกเขาสงสัย

ซูเราะฮ์ที่ 20 طه طه

قَالَ يَبۡنَؤُمَّ لَا تَأۡخُذۡ بِلِحۡيَتِي وَلَا بِرَأۡسِيٓۖ إِنِّي خَشِيتُ أَن تَقُولَ فَرَّقۡتَ بَيۡنَ بَنِيٓ إِسۡرَٰٓءِيلَ وَلَمۡ تَرۡقُبۡ قَوۡلِي
เขากล่าวว่า ผู้เป็นลูกของแม่ฉันเอ๋ย อย่าจิกเคราของฉัน และหัวของฉันเลย แท้จริงฉันกลัวว่า ท่านจะกล่าว (แก่ฉันว่า) ท่านได้ทำให้วงศ์วานอิสรออีลแตกกลุ่ม และท่านไม่ระวังรักษาคำพูดของฉัน

ซูเราะฮ์ที่ 23 الْمُؤْمِنُون المؤمنون

وَجَعَلۡنَا ٱبۡنَ مَرۡيَمَ وَأُمَّهُۥٓ ءَايَةٗ وَءَاوَيۡنَٰهُمَآ إِلَىٰ رَبۡوَةٖ ذَاتِ قَرَارٖ وَمَعِينٖ
และเราทำให้ (อีซา) บุตรแห่งมัรยัม และแม่ของเขาเป็นสัญญาณหนึ่ง และเราให้ทั้งสองมีที่พักพิงยังที่ราบสูงอันมั่นคงและอุดมด้วยน้ำ

ซูเราะฮ์ที่ 24 النُّور النور

وَقُل لِّلۡمُؤۡمِنَٰتِ يَغۡضُضۡنَ مِنۡ أَبۡصَٰرِهِنَّ وَيَحۡفَظۡنَ فُرُوجَهُنَّ وَلَا يُبۡدِينَ زِينَتَهُنَّ إِلَّا مَا ظَهَرَ مِنۡهَاۖ وَلۡيَضۡرِبۡنَ بِخُمُرِهِنَّ عَلَىٰ جُيُوبِهِنَّۖ وَلَا يُبۡدِينَ زِينَتَهُنَّ إِلَّا لِبُعُولَتِهِنَّ أَوۡ ءَابَآئِهِنَّ أَوۡ ءَابَآءِ بُعُولَتِهِنَّ أَوۡ أَبۡنَآئِهِنَّ أَوۡ أَبۡنَآءِ بُعُولَتِهِنَّ أَوۡ إِخۡوَٰنِهِنَّ أَوۡ بَنِيٓ إِخۡوَٰنِهِنَّ أَوۡ بَنِيٓ أَخَوَٰتِهِنَّ أَوۡ نِسَآئِهِنَّ أَوۡ مَا مَلَكَتۡ أَيۡمَٰنُهُنَّ أَوِ ٱلتَّٰبِعِينَ غَيۡرِ أُوْلِي ٱلۡإِرۡبَةِ مِنَ ٱلرِّجَالِ أَوِ ٱلطِّفۡلِ ٱلَّذِينَ لَمۡ يَظۡهَرُواْ عَلَىٰ عَوۡرَٰتِ ٱلنِّسَآءِۖ وَلَا يَضۡرِبۡنَ بِأَرۡجُلِهِنَّ لِيُعۡلَمَ مَا يُخۡفِينَ مِن زِينَتِهِنَّۚ وَتُوبُوٓاْ إِلَى ٱللَّهِ جَمِيعًا أَيُّهَ ٱلۡمُؤۡمِنُونَ لَعَلَّكُمۡ تُفۡلِحُونَ
จงกล่าวแก่บรรดาผู้ศรัทธาหญิง ให้พวกนางลดสายตาของพวกนางลง และรักษาสิ่งพึงสงวนของพวกนาง และอย่าได้เปิดเผยส่วนสวยงามของพวกนาง เว้นแต่ส่วนที่เผยได้ และพวกนางจงคลุมด้วยผ้าคลุมศีรษะของพวกนางลงมาจนถึงหน้าอกของพวกนาง และอย่าเผยส่วนสวยงามของพวกนางเว้นแต่แก่สามีของพวกนาง หรือพ่อของพวกนาง หรือพ่อสามีของพวกนาง หรือลูก ๆ ของนาง หรือลูก ๆ ของสามีของพวกนาง หรือพี่น้องชายของพวกนาง หรือลูกชายของพี่น้องชายของพวกนาง หรือลูกชายของพี่น้องสาวของพวกนาง หรือหรือพวกผู้หญิงของพวกนาง หรือผู้ที่มือขวาของนางครอบครอง (ทาส) หรือคนรับใช้ชายที่ไม่สนใจทางเพศ หรือเด็ก ๆ ที่ยังไม่รู้เรื่องของพึงสงวนของผู้หญิง และพวกนางจงอย่าเคาะเท้าของพวกนาง (ให้เกิดเสียง) เพื่อให้ถูกรู้สิ่งที่พวกนางซ่อนไว้จากเครื่องประดับของพวกนาง และพวกเจ้าทั้งหมดจงกลับตัวสู่อัลลอฮ์เถิด โอ้ บรรดาผู้ศรัทธา เพื่อว่าพวกเจ้าจะได้รับความสำเร็จ

ซูเราะฮ์ที่ 31 لُقْمَان لقمان

وَإِذۡ قَالَ لُقۡمَٰنُ لِٱبۡنِهِۦ وَهُوَ يَعِظُهُۥ يَٰبُنَيَّ لَا تُشۡرِكۡ بِٱللَّهِۖ إِنَّ ٱلشِّرۡكَ لَظُلۡمٌ عَظِيمٞ
และเมื่อครั้งที่ ลุกมานกล่าวแก่ลูกของเขา ขณะเขาสั่งสอนเขาว่า โอ้ ลูกรักของฉัน เจ้าอย่าได้ตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์ เพราะการตั้งภาคีนั้น แน่นอนเป็นการอธรรมอย่างมหันต์
يَٰبُنَيَّ إِنَّهَآ إِن تَكُ مِثۡقَالَ حَبَّةٖ مِّنۡ خَرۡدَلٖ فَتَكُن فِي صَخۡرَةٍ أَوۡ فِي ٱلسَّمَٰوَٰتِ أَوۡ فِي ٱلۡأَرۡضِ يَأۡتِ بِهَا ٱللَّهُۚ إِنَّ ٱللَّهَ لَطِيفٌ خَبِيرٞ
โอ้ ลูกรักของฉัน แม้ว่ามันจะมีน้ำหนักเท่าเมล็ดมัสตาร์ด แล้วอยู่ในโขดหิน หรือในชั้นฟ้าต่างๆ หรือในแผ่นดิน อัลลอฮ์จะนำมันมา อัลลอฮ์เป็นผู้ทรงรู้โดยละเอียด ผู้ทรงเชี่ยวชาญ
يَٰبُنَيَّ أَقِمِ ٱلصَّلَوٰةَ وَأۡمُرۡ بِٱلۡمَعۡرُوفِ وَٱنۡهَ عَنِ ٱلۡمُنكَرِ وَٱصۡبِرۡ عَلَىٰ مَآ أَصَابَكَۖ إِنَّ ذَٰلِكَ مِنۡ عَزۡمِ ٱلۡأُمُورِ
โอ้ ลูกรักของฉัน จงดำรงละหมาด จงกำชับการดี จงห้ามปรามการชั่ว และจงอดทนต่อสิ่งที่ประสบแก่เจ้า แท้จริงนั่นเป็นกิจการที่ต้องใช้ความมุ่งมั่น

ซูเราะฮ์ที่ 33 الْأَحْزَاب الأحزاب

وَإِذۡ أَخَذۡنَا مِنَ ٱلنَّبِيِّ‍ۧنَ مِيثَٰقَهُمۡ وَمِنكَ وَمِن نُّوحٖ وَإِبۡرَٰهِيمَ وَمُوسَىٰ وَعِيسَى ٱبۡنِ مَرۡيَمَۖ وَأَخَذۡنَا مِنۡهُم مِّيثَٰقًا غَلِيظٗا
และครั้นเมื่อเราได้เอาจากบรรดาผู้เผยวจนะ (นบี) ซึ่งพันธสัญญาของพวกเขา และจากเจ้า และจากนูห์ อิบรอฮีม มูซา และอีซาบุตรแห่งมัรยัม และเราได้เอาพันธสัญญาอันหนักแน่นจากพวกเขา
لَّا جُنَاحَ عَلَيۡهِنَّ فِيٓ ءَابَآئِهِنَّ وَلَآ أَبۡنَآئِهِنَّ وَلَآ إِخۡوَٰنِهِنَّ وَلَآ أَبۡنَآءِ إِخۡوَٰنِهِنَّ وَلَآ أَبۡنَآءِ أَخَوَٰتِهِنَّ وَلَا نِسَآئِهِنَّ وَلَا مَا مَلَكَتۡ أَيۡمَٰنُهُنَّۗ وَٱتَّقِينَ ٱللَّهَۚ إِنَّ ٱللَّهَ كَانَ عَلَىٰ كُلِّ شَيۡءٖ شَهِيدًا
และไม่เป็นบาปแก่พวกนาง เกี่ยวกับพ่อของพวกนาง ลูก ๆ ของพวกนาง พี่น้องชายของพวกนาง ลูก ๆ ของพี่น้องชายของพวกนาง ลูก ๆ ของพี่น้องหญิงของพวกนาง ผู้หญิงของพวกนาง หรือที่มือขวาของพวกนางครอบครอง และพวกนางจงยำเกรงอัลลอฮ์ อัลลอฮ์ทรงเป็นพยานต่อทุกสิ่ง

ซูเราะฮ์ที่ 37 الصَّافَّات الصافات

فَلَمَّا بَلَغَ مَعَهُ ٱلسَّعۡيَ قَالَ يَٰبُنَيَّ إِنِّيٓ أَرَىٰ فِي ٱلۡمَنَامِ أَنِّيٓ أَذۡبَحُكَ فَٱنظُرۡ مَاذَا تَرَىٰۚ قَالَ يَٰٓأَبَتِ ٱفۡعَلۡ مَا تُؤۡمَرُۖ سَتَجِدُنِيٓ إِن شَآءَ ٱللَّهُ مِنَ ٱلصَّٰبِرِينَ
แล้วเมื่อเขาโตพอจะไปมากับเขาได้ เขากล่าวว่า โอ้ ลูกรักของฉัน ฉันนั้นได้เห็นในฝัน ว่าฉันเชือดเจ้า จงคิดดู เจ้าเห็นเป็นเช่นได? เขาตอบ โอ้ พ่อที่รักของฉัน จงทำตามที่ท่านถูกบัญชาเถิด ท่านจะพบ ถ้าอัลลอฮ์ทรงประสงค์ ว่าฉันอยู่ในหมู่ผู้อดทน