ข้ามไปยังเนื้อหา
สารบัญอัลกุรอาน ค้นอายะฮ์ตามหมวดหมู่
หัวข้อที่ 37
مريم

มัรยัม

Maryam · 31 อายะฮ์ จาก 12 ซูเราะฮ์

กระจายอยู่ใน 12 ซูเราะฮ์

กดแท่งเพื่อดูเฉพาะซูเราะฮ์นั้น

ซูเราะฮ์ที่ 2 الْبَقَرَة البقرة

وَلَقَدۡ ءَاتَيۡنَا مُوسَى ٱلۡكِتَٰبَ وَقَفَّيۡنَا مِنۢ بَعۡدِهِۦ بِٱلرُّسُلِۖ وَءَاتَيۡنَا عِيسَى ٱبۡنَ مَرۡيَمَ ٱلۡبَيِّنَٰتِ وَأَيَّدۡنَٰهُ بِرُوحِ ٱلۡقُدُسِۗ أَفَكُلَّمَا جَآءَكُمۡ رَسُولُۢ بِمَا لَا تَهۡوَىٰٓ أَنفُسُكُمُ ٱسۡتَكۡبَرۡتُمۡ فَفَرِيقٗا كَذَّبۡتُمۡ وَفَرِيقٗا تَقۡتُلُونَ
และแน่นอนเราได้ประทานคัมภีร์แก่มูซา และเราให้มีศาสนทูตหลายคนต่อมาจากเขา และเราได้ประทานหลักฐานอันชัดแจ้งแก่อีซาบุตรแห่งมัรยัม และหนุนเขาด้วยวิญญาณบริสุทธิ์ (ญิบรีล) แล้วทุกครั้งที่มีศาสนทูตคนใดมายังพวกเจ้านำสิ่งที่ใจของพวกเจ้าไม่ปรารถนามา พวกเจ้าก็จะโอหัง แล้ว (ศาสนทูต) กลุ่มหนึ่งพวกเจ้าก็หาว่าโกหก และ (ศาสนทูต) อีกกลุ่มหนึ่งพวกเจ้าก็เข่นฆ่าน่ะหรือ!?
۞تِلۡكَ ٱلرُّسُلُ فَضَّلۡنَا بَعۡضَهُمۡ عَلَىٰ بَعۡضٖۘ مِّنۡهُم مَّن كَلَّمَ ٱللَّهُۖ وَرَفَعَ بَعۡضَهُمۡ دَرَجَٰتٖۚ وَءَاتَيۡنَا عِيسَى ٱبۡنَ مَرۡيَمَ ٱلۡبَيِّنَٰتِ وَأَيَّدۡنَٰهُ بِرُوحِ ٱلۡقُدُسِۗ وَلَوۡ شَآءَ ٱللَّهُ مَا ٱقۡتَتَلَ ٱلَّذِينَ مِنۢ بَعۡدِهِم مِّنۢ بَعۡدِ مَا جَآءَتۡهُمُ ٱلۡبَيِّنَٰتُ وَلَٰكِنِ ٱخۡتَلَفُواْ فَمِنۡهُم مَّنۡ ءَامَنَ وَمِنۡهُم مَّن كَفَرَۚ وَلَوۡ شَآءَ ٱللَّهُ مَا ٱقۡتَتَلُواْ وَلَٰكِنَّ ٱللَّهَ يَفۡعَلُ مَا يُرِيدُ
ศาสนทูตเหล่านั้น เราโปรดพวกเขาบางคนเหนือกว่าอีกบางคน ในพวกเขามีผู้ที่อัลลอฮ์ทรงสนทนาด้วย และทรงยกพวกเขาบางคนขึ้นหลาย ๆ ขั้น และเราประทานหลักฐานอันชัดแจ้งต่าง ๆ แก่อีซาบุตรแห่งมัรยัม และเราเสริมเขาด้วยวิญญาณบริสุทธิ์ (ญิบรีล) และมาตรว่าอัลลอฮ์ทรงประสงค์ บรรดาผู้อยู่หลังจากพวกเขาจะไม่เข่นฆ่ากันหลังจากที่ได้มีหลักฐานอันชัดเจนมายังพวกเขาแล้ว แต่พวกเขาขัดแย้งกัน แล้วในพวกเขามีผู้ศรัทธาและในพวกเขามีผู้ปฏิเสธ และมาตรว่าอัลลอฮ์ทรงประสงค์ พวกเขาจะไม่เข่นฆ่ากัน แต่อัลลอฮ์นั้นทรงทำตามที่ทรงประสงค์

ซูเราะฮ์ที่ 3 آلِ عِمْرَان آل عمران

فَلَمَّا وَضَعَتۡهَا قَالَتۡ رَبِّ إِنِّي وَضَعۡتُهَآ أُنثَىٰ وَٱللَّهُ أَعۡلَمُ بِمَا وَضَعَتۡ وَلَيۡسَ ٱلذَّكَرُ كَٱلۡأُنثَىٰۖ وَإِنِّي سَمَّيۡتُهَا مَرۡيَمَ وَإِنِّيٓ أُعِيذُهَا بِكَ وَذُرِّيَّتَهَا مِنَ ٱلشَّيۡطَٰنِ ٱلرَّجِيمِ
ครั้นเมื่อนางได้คลอดเธอ (มัรยัม) นางกล่าวว่า พระผู้อภิบาลของฉัน ฉันนั้นคลอดลูกเป็นหญิง และอัลลอฮ์ทรงรู้ดียิ่งถึงสิ่งที่นางคลอด และชายไม่ได้เป็นเช่นหญิง และฉันนั้นตั้งชื่อนางว่ามัรยัม และฉันนั้นขอให้พระองค์ทรงคุ้มครองนาง และลูกหลานของนางให้พ้นจากมารที่ถูกขับไล่ (จากความเมตตาและสวรรค์)
فَتَقَبَّلَهَا رَبُّهَا بِقَبُولٍ حَسَنٖ وَأَنۢبَتَهَا نَبَاتًا حَسَنٗا وَكَفَّلَهَا زَكَرِيَّاۖ كُلَّمَا دَخَلَ عَلَيۡهَا زَكَرِيَّا ٱلۡمِحۡرَابَ وَجَدَ عِندَهَا رِزۡقٗاۖ قَالَ يَٰمَرۡيَمُ أَنَّىٰ لَكِ هَٰذَاۖ قَالَتۡ هُوَ مِنۡ عِندِ ٱللَّهِۖ إِنَّ ٱللَّهَ يَرۡزُقُ مَن يَشَآءُ بِغَيۡرِ حِسَابٍ
แล้วพระผู้อภิบาลของนางได้ทรงตอบรับ (คำวิงวอนของ) นางอย่างดีงาม และทรงให้นางเจริญวัยอย่างดีงาม และทรงให้ซะกะรียาอุปการะนาง ทุกคราที่ซะกะรียาเข้ามาหานางในที่ละหมาด เขาพบว่ามีปัจจัย ณ ที่นางอยู่ เขากล่าวว่า มัรยัมเอ๋ย เธอได้สิ่งนี้มาอย่างไร? นางกล่าวว่า มันมาจาก ณ ที่อัลลอฮ์ อัลลอฮ์นั้นทรงจัดสรรปัจจัยแก่ผู้ที่ทรงประสงค์อย่างล้นเหลือเหนือการคำนวณ
وَإِذۡ قَالَتِ ٱلۡمَلَٰٓئِكَةُ يَٰمَرۡيَمُ إِنَّ ٱللَّهَ ٱصۡطَفَىٰكِ وَطَهَّرَكِ وَٱصۡطَفَىٰكِ عَلَىٰ نِسَآءِ ٱلۡعَٰلَمِينَ
และครั้นเมื่อมลาอิกะฮ์กล่าวว่า มัรยัมเอ๋ย อัลลอฮ์นั้นทรงเลือกเธอ (ให้เป็นหนึ่งในผู้ทำอิบาดะฮฺ) ทรงทำให้เธอบริสุทธิ์ และทรงคัดเลือกเธอให้เหนือกว่าเหล่าสตรีแห่งชนชาติทั้งปวง
يَٰمَرۡيَمُ ٱقۡنُتِي لِرَبِّكِ وَٱسۡجُدِي وَٱرۡكَعِي مَعَ ٱلرَّٰكِعِينَ
มัรยัมเอ๋ย จงภักดีต่อพระผู้อภิบาลของเธอ จงก้มกราบ (สุญูด) และจงก้มหลัง (รุกูอฺ) พร้อมกับบรรดาผู้ก้มหลัง
ذَٰلِكَ مِنۡ أَنۢبَآءِ ٱلۡغَيۡبِ نُوحِيهِ إِلَيۡكَۚ وَمَا كُنتَ لَدَيۡهِمۡ إِذۡ يُلۡقُونَ أَقۡلَٰمَهُمۡ أَيُّهُمۡ يَكۡفُلُ مَرۡيَمَ وَمَا كُنتَ لَدَيۡهِمۡ إِذۡ يَخۡتَصِمُونَ
นั่นเป็นส่วนหนึ่งของข่าวเร้นลับ (เรื่องราวที่สูญหายไปแล้ว) เราได้เผยมันแก่เจ้า และเจ้าไม่ได้อยู่กับพวกเขา ขณะที่พวกเขากำลังโยนปากกา (เสี่ยงทาย) ว่าพวกเขาคนใดจะได้อุปการะมัรยัม และเจ้าไม่ได้อยู่กับพวกเขา ขณะที่พวกเขากำลังโต้เถียงกัน
إِذۡ قَالَتِ ٱلۡمَلَٰٓئِكَةُ يَٰمَرۡيَمُ إِنَّ ٱللَّهَ يُبَشِّرُكِ بِكَلِمَةٖ مِّنۡهُ ٱسۡمُهُ ٱلۡمَسِيحُ عِيسَى ٱبۡنُ مَرۡيَمَ وَجِيهٗا فِي ٱلدُّنۡيَا وَٱلۡأٓخِرَةِ وَمِنَ ٱلۡمُقَرَّبِينَ
ครั้นเมื่อมลาอิกะฮ์กล่าวว่า มัรยัมเอ๋ย อัลลอฮ์นั้นทรงแจ้งข่าวดีแก่เธอถึงพจนารถหนึ่งจากพระองค์ ชื่อของเขาคือ อัล-มะซีห์ (ผู้ลูบรักษา) อีซาบุตรแห่งมัรยัม เป็นผู้มีเกียรติทั้งในโลกนี้และโลกสุดท้าย และจะอยู่ในหมู่ผู้ใกล้ชิด (อัลลอฮ์)

ซูเราะฮ์ที่ 4 النِّسَاء النساء

وَبِكُفۡرِهِمۡ وَقَوۡلِهِمۡ عَلَىٰ مَرۡيَمَ بُهۡتَٰنًا عَظِيمٗا
และเพราะการปฏิเสธของพวกเขา และคำพูดใส่ร้ายอันมหันต์ของพวกเขาต่อมัรยัม
وَقَوۡلِهِمۡ إِنَّا قَتَلۡنَا ٱلۡمَسِيحَ عِيسَى ٱبۡنَ مَرۡيَمَ رَسُولَ ٱللَّهِ وَمَا قَتَلُوهُ وَمَا صَلَبُوهُ وَلَٰكِن شُبِّهَ لَهُمۡۚ وَإِنَّ ٱلَّذِينَ ٱخۡتَلَفُواْ فِيهِ لَفِي شَكّٖ مِّنۡهُۚ مَا لَهُم بِهِۦ مِنۡ عِلۡمٍ إِلَّا ٱتِّبَاعَ ٱلظَّنِّۚ وَمَا قَتَلُوهُ يَقِينَۢا
และคำพูดของพวกเขาว่า เรานั้นได้สังหารอัล-มะซีห์ (ผู้ลูบรักษา) อีซาบุตรแห่งมัรยัม ผู้เป็นศาสนทูตของอัลลอฮ์ และพวกเขาไม่ได้สังหารเขา และพวกเขาไม่ได้ตรึงกางเขนเขา แต่ถูกทำให้ละม้าย (เช่นนั้น) แก่พวกเขา และบรรดาผู้ขัดแย้งในตัวเขานั้น อยู่ในการสงสัย พวกเขาไม่มีความรู้ (ในการนี้) เว้นแต่การคาดเดา และพวกเขาไม่ได้สังหารเขาโดยแน่ใจ
يَٰٓأَهۡلَ ٱلۡكِتَٰبِ لَا تَغۡلُواْ فِي دِينِكُمۡ وَلَا تَقُولُواْ عَلَى ٱللَّهِ إِلَّا ٱلۡحَقَّۚ إِنَّمَا ٱلۡمَسِيحُ عِيسَى ٱبۡنُ مَرۡيَمَ رَسُولُ ٱللَّهِ وَكَلِمَتُهُۥٓ أَلۡقَىٰهَآ إِلَىٰ مَرۡيَمَ وَرُوحٞ مِّنۡهُۖ فَ‍َٔامِنُواْ بِٱللَّهِ وَرُسُلِهِۦۖ وَلَا تَقُولُواْ ثَلَٰثَةٌۚ ٱنتَهُواْ خَيۡرٗا لَّكُمۡۚ إِنَّمَا ٱللَّهُ إِلَٰهٞ وَٰحِدٞۖ سُبۡحَٰنَهُۥٓ أَن يَكُونَ لَهُۥ وَلَدٞۘ لَّهُۥ مَا فِي ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَمَا فِي ٱلۡأَرۡضِۗ وَكَفَىٰ بِٱللَّهِ وَكِيلٗا
โอ้ ชาวคัมภีร์ทั้งหลาย อย่าเกินเลยในศาสนาของพวกเจ้า และอย่ากล่าว (สิ่งใด) เกี่ยวกับอัลลอฮ์ เว้นแต่ความจริง อัล-มะซีห์ (ผู้ลูบรักษา) อีซาบุตรแห่งมัรยัมนั้น เป็นเพียงศาสนทูตของอัลลอฮ์ และเป็นถ้อยคำ (จงเป็น) ของพระองค์ ที่พระองค์ตรัสแก่มัรยัม และเป็นวิญญาณหนึ่งจากพระองค์ ดังนั้นจงศรัทธาในอัลลอฮ์ และศาสนทูตทั้งหลายของพระองค์เถิด และจงอย่ากล่าวว่า สาม(*อีซาเป็นหนึ่งในสาม หรือตรีเอกานุภาพ) จงเลิกมันเสีย เป็นการดีกว่าสำหรับพวกเจ้า อัลลอฮ์เป็นพระเจ้าเพียงองค์เดียวเท่านั้น มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่พระองค์เกินกว่าที่พระองค์จะมีพระบุตร สิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลายและสิ่งที่อยู่ในแผ่นดินเป็นของพระองค์เท่านั้น และเพียงพอแล้วที่อัลลอฮ์เป็นผู้ทรงรับการมอบหมาย

ซูเราะฮ์ที่ 5 الْمَائِدَة المائدة

لَّقَدۡ كَفَرَ ٱلَّذِينَ قَالُوٓاْ إِنَّ ٱللَّهَ هُوَ ٱلۡمَسِيحُ ٱبۡنُ مَرۡيَمَۚ قُلۡ فَمَن يَمۡلِكُ مِنَ ٱللَّهِ شَيۡ‍ًٔا إِنۡ أَرَادَ أَن يُهۡلِكَ ٱلۡمَسِيحَ ٱبۡنَ مَرۡيَمَ وَأُمَّهُۥ وَمَن فِي ٱلۡأَرۡضِ جَمِيعٗاۗ وَلِلَّهِ مُلۡكُ ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَٱلۡأَرۡضِ وَمَا بَيۡنَهُمَاۚ يَخۡلُقُ مَا يَشَآءُۚ وَٱللَّهُ عَلَىٰ كُلِّ شَيۡءٖ قَدِيرٞ
แน่แท้ บรรดาผู้ที่กล่าวว่า อัลลอฮ์นั้น คือ อัล-มะซีห์ (*ผู้ลูบรักษา) บุตรแห่งมัรยัม ได้ปฏิเสธ (*หมายถึงกลายเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธาแล้ว) แล้ว จงกล่าวว่า แล้วผู้ใดเล่าจะมีสิทธิ์ใด (ขัดขวาง) จากอัลลอฮ์ได้ ถ้าพระองค์ทรงประสงค์จะทำลาย อัล-มะซีห์ บุตรของมัรยัมและแม่ของเขา และผู้ที่อยู่ในแผ่นดินทั้งหมด และกรรมสิทธิ์แห่งชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินและสิ่งที่อยู่ระหว่างนั้นเป็นของอัลลอฮ์เท่านั้น พระองค์ทรงสร้างตามที่ทรงประสงค์ และอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงปรีชาญาณเหนือทุกสิ่ง
وَقَفَّيۡنَا عَلَىٰٓ ءَاثَٰرِهِم بِعِيسَى ٱبۡنِ مَرۡيَمَ مُصَدِّقٗا لِّمَا بَيۡنَ يَدَيۡهِ مِنَ ٱلتَّوۡرَىٰةِۖ وَءَاتَيۡنَٰهُ ٱلۡإِنجِيلَ فِيهِ هُدٗى وَنُورٞ وَمُصَدِّقٗا لِّمَا بَيۡنَ يَدَيۡهِ مِنَ ٱلتَّوۡرَىٰةِ وَهُدٗى وَمَوۡعِظَةٗ لِّلۡمُتَّقِينَ
และเราได้ให้มีอีซาบุตรมัรยัม มาเจริญรอยตามพวกเขา เป็นผู้รับรองสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าเขา คือเตารอต และเราได้มอบอินญีลแก่เขา ในนั้นมีสิ่งนำทาง และแสงสว่าง และเป็นสิ่งรับรองที่อยู่เบื้องหน้ามันคือ เตารอต และเป็นสิ่งนำทาง และข้อเตือนใจสำหรับบรรดาผู้ยำเกรง
لَقَدۡ كَفَرَ ٱلَّذِينَ قَالُوٓاْ إِنَّ ٱللَّهَ هُوَ ٱلۡمَسِيحُ ٱبۡنُ مَرۡيَمَۖ وَقَالَ ٱلۡمَسِيحُ يَٰبَنِيٓ إِسۡرَٰٓءِيلَ ٱعۡبُدُواْ ٱللَّهَ رَبِّي وَرَبَّكُمۡۖ إِنَّهُۥ مَن يُشۡرِكۡ بِٱللَّهِ فَقَدۡ حَرَّمَ ٱللَّهُ عَلَيۡهِ ٱلۡجَنَّةَ وَمَأۡوَىٰهُ ٱلنَّارُۖ وَمَا لِلظَّٰلِمِينَ مِنۡ أَنصَارٖ
แน่แท้ บรรดาผู้กล่าวว่า อัลลอฮ์คือ อัล-มะซีห์ (ผู้ลูบรักษา) บุตรแห่งมัรยัม ได้ปฏิเสธแล้ว ขณะที่อัล-มะซีห์เองกล่าวว่า โอ้ วงศ์วานอิสรออีล จงสักการะอัลลอฮ์ พระผู้อภิบาลของฉัน และพระผู้อภิบาลของพวกท่าน ผู้ใดตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์นั้น แน่แท้อัลลอฮ์ได้ห้ามสวรรค์แก่เขาแล้ว และที่พำนักของเขาคือไฟนรก และจะไม่มีผู้ช่วยเหลือใดสำหรับบรรดาผู้ละเมิด
مَّا ٱلۡمَسِيحُ ٱبۡنُ مَرۡيَمَ إِلَّا رَسُولٞ قَدۡ خَلَتۡ مِن قَبۡلِهِ ٱلرُّسُلُ وَأُمُّهُۥ صِدِّيقَةٞۖ كَانَا يَأۡكُلَانِ ٱلطَّعَامَۗ ٱنظُرۡ كَيۡفَ نُبَيِّنُ لَهُمُ ٱلۡأٓيَٰتِ ثُمَّ ٱنظُرۡ أَنَّىٰ يُؤۡفَكُونَ
อัล-มะซีห์ (ผู้ลูบรักษา) บุตรแห่งมัรยัม เป็นเพียงศาสนทูตคนหนึ่งเท่านั้น ศาสนทูตทั้งหลายได้ล่วงลับไปก่อนเขาแล้ว และแม่ของเขาเป็นหญิงผู้มีสัจจะ ทั้งสองเคยรับประทานอาหาร จงดูเถิดว่า เราได้ทำให้โองการต่าง ๆ กระจ่างแจ้งแก่พวกเขาเช่นใด จากนั้นจงดูเถิดว่า พวกเขาถูกหันเหได้เช่นใด
لُعِنَ ٱلَّذِينَ كَفَرُواْ مِنۢ بَنِيٓ إِسۡرَٰٓءِيلَ عَلَىٰ لِسَانِ دَاوُۥدَ وَعِيسَى ٱبۡنِ مَرۡيَمَۚ ذَٰلِكَ بِمَا عَصَواْ وَّكَانُواْ يَعۡتَدُونَ
บรรดาผู้ปฏิเสธจากวงศ์วานอิสรออีล ได้ถูกสาป ด้วยคำของดาวูดและอีซาบุตรแห่งมัรยัม นั่นเพราะที่พวกเขาฝ่าฝืน และที่เคยละเมิด
إِذۡ قَالَ ٱللَّهُ يَٰعِيسَى ٱبۡنَ مَرۡيَمَ ٱذۡكُرۡ نِعۡمَتِي عَلَيۡكَ وَعَلَىٰ وَٰلِدَتِكَ إِذۡ أَيَّدتُّكَ بِرُوحِ ٱلۡقُدُسِ تُكَلِّمُ ٱلنَّاسَ فِي ٱلۡمَهۡدِ وَكَهۡلٗاۖ وَإِذۡ عَلَّمۡتُكَ ٱلۡكِتَٰبَ وَٱلۡحِكۡمَةَ وَٱلتَّوۡرَىٰةَ وَٱلۡإِنجِيلَۖ وَإِذۡ تَخۡلُقُ مِنَ ٱلطِّينِ كَهَيۡ‍َٔةِ ٱلطَّيۡرِ بِإِذۡنِي فَتَنفُخُ فِيهَا فَتَكُونُ طَيۡرَۢا بِإِذۡنِيۖ وَتُبۡرِئُ ٱلۡأَكۡمَهَ وَٱلۡأَبۡرَصَ بِإِذۡنِيۖ وَإِذۡ تُخۡرِجُ ٱلۡمَوۡتَىٰ بِإِذۡنِيۖ وَإِذۡ كَفَفۡتُ بَنِيٓ إِسۡرَٰٓءِيلَ عَنكَ إِذۡ جِئۡتَهُم بِٱلۡبَيِّنَٰتِ فَقَالَ ٱلَّذِينَ كَفَرُواْ مِنۡهُمۡ إِنۡ هَٰذَآ إِلَّا سِحۡرٞ مُّبِينٞ
ครั้นเมื่ออัลลอฮ์ตรัสว่า โอ้ อีซาบุตรแห่งมัรยัม จงรำลึกถึงความโปรดปรานของฉันต่อเจ้า และต่อแม่ของเจ้า ครั้นเมื่อเราได้หนุนเจ้าด้วยวิญญาณบริสุทธิ์ เจ้าสนทนากับคนทั้งหลายใน (ยามเป็นเด็กนอน) เปลและยามเป็นผู้ใหญ่ และครั้นเมื่อฉันสอนคัมภีร์ วิทยปัญญา เตารอต และอินญีลแก่เจ้า และครั้นเมื่อเจ้าปั้นจากดินเหมือนดั่งรูปนกด้วยอนุมัติของฉัน และเจ้าเป่ามัน แล้วมันได้กลายเป็นนก (จริงๆ) ด้วยอนุมัติของฉัน และเจ้ารักษาคนตาบอดแต่กำเนิด และคนเป็นโรคผิวหนังด้วยอนุมัติของฉัน และครั้นเมื่อเจ้าทำให้คนตายออกมา (จากหลุมศพ) ด้วยอนุมัติของฉัน และครั้นเมื่อฉันได้เบน (แผนการสังหารของ) วงศ์วานอิสรออีลไปจากเจ้าเมื่อเจ้านำหลักฐานอันชัดแจ้งมายังพวกเขา แล้วบรรดาผู้ปฏิเสธในหมู่พวกเขากล่าวว่า นี่มิใช่อื่นใดเว้นแต่เป็นเวทมนตร์อันชัดแจ้ง
إِذۡ قَالَ ٱلۡحَوَارِيُّونَ يَٰعِيسَى ٱبۡنَ مَرۡيَمَ هَلۡ يَسۡتَطِيعُ رَبُّكَ أَن يُنَزِّلَ عَلَيۡنَا مَآئِدَةٗ مِّنَ ٱلسَّمَآءِۖ قَالَ ٱتَّقُواْ ٱللَّهَ إِن كُنتُم مُّؤۡمِنِينَ
ครั้นเมื่อบรรดาสาวกกล่าวว่า โอ้ อีซาบุตรแห่งมัรยัม พระผู้อภิบาลของท่านสามารถประทานโต๊ะอาหารลงมาแก่พวกเราได้ไหม เขากล่าวว่า จงยำเกรงอัลลอฮ์เถิด ถ้าพวกเจ้าเป็นผู้ศรัทธาจริง
قَالَ عِيسَى ٱبۡنُ مَرۡيَمَ ٱللَّهُمَّ رَبَّنَآ أَنزِلۡ عَلَيۡنَا مَآئِدَةٗ مِّنَ ٱلسَّمَآءِ تَكُونُ لَنَا عِيدٗا لِّأَوَّلِنَا وَءَاخِرِنَا وَءَايَةٗ مِّنكَۖ وَٱرۡزُقۡنَا وَأَنتَ خَيۡرُ ٱلرَّٰزِقِينَ
อีซาบุตรแห่งมัรยัมกล่าวว่า โอ้ อัลลอฮ์ พระผู้อภิบาลของเรา โปรดประทานโต๊ะอาหารลงมาจากฟากฟ้าแก่เรา เพื่อเป็นการรื่นเริงแก่พวกเรา ทั้งคนแรกของเราและคนสุดท้ายของเรา และเป็นสัญญาณจากพระองค์ และโปรดให้ปัจจัยแก่พวกเรา และพระองค์ทรงเป็นเลิศแห่งผู้ประทานปัจจัย
وَإِذۡ قَالَ ٱللَّهُ يَٰعِيسَى ٱبۡنَ مَرۡيَمَ ءَأَنتَ قُلۡتَ لِلنَّاسِ ٱتَّخِذُونِي وَأُمِّيَ إِلَٰهَيۡنِ مِن دُونِ ٱللَّهِۖ قَالَ سُبۡحَٰنَكَ مَا يَكُونُ لِيٓ أَنۡ أَقُولَ مَا لَيۡسَ لِي بِحَقٍّۚ إِن كُنتُ قُلۡتُهُۥ فَقَدۡ عَلِمۡتَهُۥۚ تَعۡلَمُ مَا فِي نَفۡسِي وَلَآ أَعۡلَمُ مَا فِي نَفۡسِكَۚ إِنَّكَ أَنتَ عَلَّٰمُ ٱلۡغُيُوبِ
และครั้นเมื่ออัลลอฮ์ตรัสว่า โอ้ อีซาบุตรแห่งมัรยัม เจ้ากล่าวแก่ผู้คนทั้งหลายว่า จงยึดเอาฉันและแม่ของฉันเป็นพระเจ้าอื่นจากอัลลอฮ์หรือ? เขากล่าวว่า มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่พระองค์ ไม่ควรที่ฉันจะกล่าวในสิ่งที่ฉันไม่มีสิทธิ์เลย ถ้าฉันเคยกล่าวมัน แน่นอนพระองค์ย่อมรู้ดี พระองค์ทรงรู้ในสิ่งที่อยู่ในตัวของฉัน และฉันไม่รู้ที่อยู่ในใจพระองค์ พระองค์นั้น คือผู้ทรงรอบรู้ในสิ่งเร้นลับทั้งหลาย

ซูเราะฮ์ที่ 9 التَّوْبَة التوبة

ٱتَّخَذُوٓاْ أَحۡبَارَهُمۡ وَرُهۡبَٰنَهُمۡ أَرۡبَابٗا مِّن دُونِ ٱللَّهِ وَٱلۡمَسِيحَ ٱبۡنَ مَرۡيَمَ وَمَآ أُمِرُوٓاْ إِلَّا لِيَعۡبُدُوٓاْ إِلَٰهٗا وَٰحِدٗاۖ لَّآ إِلَٰهَ إِلَّا هُوَۚ سُبۡحَٰنَهُۥ عَمَّا يُشۡرِكُونَ
พวกเขายึดเอารับบี (นักวิชาการยิว) ของพวกเขา และบาทหลวง (คริสต์) ของพวกเขาเป็นพระผู้อภิบาลอื่นจากอัลลอฮ์ และ (ยึดเอา) อัล-มะซีห์ (ผู้ลูบรักษา) บุตรแห่งมัรยัมด้วย ทั้ง ๆ ที่พวกเขาไม่ได้ถูกบัญชาเว้นแต่เพื่อให้สักการะพระเจ้าองค์เดียว ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ พระองค์ทรงบริสุทธิ์จากสิ่งที่พวกเขาตั้งภาคี

ซูเราะฮ์ที่ 19 مَرْيَم مريم

وَٱذۡكُرۡ فِي ٱلۡكِتَٰبِ مَرۡيَمَ إِذِ ٱنتَبَذَتۡ مِنۡ أَهۡلِهَا مَكَانٗا شَرۡقِيّٗا
และจงกล่าวถึง (เรื่องราวของ) มัรยัม ที่อยู่ในคัมภีร์ ครั้นเมื่อนางได้ปลีกตัวออกจากพวกพ้องของนางยังสถานหนึ่งทางตะวันออก
فَأَتَتۡ بِهِۦ قَوۡمَهَا تَحۡمِلُهُۥۖ قَالُواْ يَٰمَرۡيَمُ لَقَدۡ جِئۡتِ شَيۡ‍ٔٗا فَرِيّٗا
แล้วนางได้พาเขามาหาหมู่ชนของนางโดยอุ้มเขามา พวกเขากล่าวว่า โอ้ มัรยัม แน่แท้ เธอได้ก่อเรื่องใหญ่แล้ว
ذَٰلِكَ عِيسَى ٱبۡنُ مَرۡيَمَۖ قَوۡلَ ٱلۡحَقِّ ٱلَّذِي فِيهِ يَمۡتَرُونَ
นั่นคืออีซา บุตรแห่งมัรยัม ถ้อยคำสัจจริง ที่พวกเขาสงสัย

ซูเราะฮ์ที่ 23 الْمُؤْمِنُون المؤمنون

وَجَعَلۡنَا ٱبۡنَ مَرۡيَمَ وَأُمَّهُۥٓ ءَايَةٗ وَءَاوَيۡنَٰهُمَآ إِلَىٰ رَبۡوَةٖ ذَاتِ قَرَارٖ وَمَعِينٖ
และเราทำให้ (อีซา) บุตรแห่งมัรยัม และแม่ของเขาเป็นสัญญาณหนึ่ง และเราให้ทั้งสองมีที่พักพิงยังที่ราบสูงอันมั่นคงและอุดมด้วยน้ำ

ซูเราะฮ์ที่ 33 الْأَحْزَاب الأحزاب

وَإِذۡ أَخَذۡنَا مِنَ ٱلنَّبِيِّ‍ۧنَ مِيثَٰقَهُمۡ وَمِنكَ وَمِن نُّوحٖ وَإِبۡرَٰهِيمَ وَمُوسَىٰ وَعِيسَى ٱبۡنِ مَرۡيَمَۖ وَأَخَذۡنَا مِنۡهُم مِّيثَٰقًا غَلِيظٗا
และครั้นเมื่อเราได้เอาจากบรรดาผู้เผยวจนะ (นบี) ซึ่งพันธสัญญาของพวกเขา และจากเจ้า และจากนูห์ อิบรอฮีม มูซา และอีซาบุตรแห่งมัรยัม และเราได้เอาพันธสัญญาอันหนักแน่นจากพวกเขา

ซูเราะฮ์ที่ 43 الزُّخْرُف الزخرف

۞وَلَمَّا ضُرِبَ ٱبۡنُ مَرۡيَمَ مَثَلًا إِذَا قَوۡمُكَ مِنۡهُ يَصِدُّونَ
และเมื่อบุตรแห่งมัรยัมถูกยกเป็นตัวอย่าง (*ว่าถูกชาวคริสต์สักการะด้วย) พลันหมู่ชนของเจ้าก็โห่ร้องต่อมัน

ซูเราะฮ์ที่ 57 الْحَدِيد الحديد

ثُمَّ قَفَّيۡنَا عَلَىٰٓ ءَاثَٰرِهِم بِرُسُلِنَا وَقَفَّيۡنَا بِعِيسَى ٱبۡنِ مَرۡيَمَ وَءَاتَيۡنَٰهُ ٱلۡإِنجِيلَۖ وَجَعَلۡنَا فِي قُلُوبِ ٱلَّذِينَ ٱتَّبَعُوهُ رَأۡفَةٗ وَرَحۡمَةٗۚ وَرَهۡبَانِيَّةً ٱبۡتَدَعُوهَا مَا كَتَبۡنَٰهَا عَلَيۡهِمۡ إِلَّا ٱبۡتِغَآءَ رِضۡوَٰنِ ٱللَّهِ فَمَا رَعَوۡهَا حَقَّ رِعَايَتِهَاۖ فَ‍َٔاتَيۡنَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ مِنۡهُمۡ أَجۡرَهُمۡۖ وَكَثِيرٞ مِّنۡهُمۡ فَٰسِقُونَ
ต่อมา เราได้ให้บรรดาทูตของเรา (คนต่อ ๆ มา) ตามรอยพวกเขามา และเราได้ให้อีซาบุตรแห่งมัรยัมตามมา และเราได้ประทานอินญีลแก่เขา และเราได้บันดาลให้ในหัวใจของบรรดาผู้ปฏิบัติตามเขามีความเอื้ออาทรและความเมตตา แต่ความเป็นนักบวชนั้น พวกเขาริเริ่มมันเอง เราไม่ได้กำหนดมันแก่พวกเขา นอกจากเพื่อแสวงหาความปราโมทย์ของอัลลอฮ์ กระนั้นพวกเขาก็ไม่ได้เอาใจใส่ต่อมันอย่างแท้จริง ดังนั้นเราจะประทานรางวัลแก่บรรดาผู้ศรัทธาในหมู่พวกเขา แต่จำนวนมากจากหมู่พวกเขาเป็นคนฝ่าฝืน

ซูเราะฮ์ที่ 61 الصَّفّ الصف

وَإِذۡ قَالَ عِيسَى ٱبۡنُ مَرۡيَمَ يَٰبَنِيٓ إِسۡرَٰٓءِيلَ إِنِّي رَسُولُ ٱللَّهِ إِلَيۡكُم مُّصَدِّقٗا لِّمَا بَيۡنَ يَدَيَّ مِنَ ٱلتَّوۡرَىٰةِ وَمُبَشِّرَۢا بِرَسُولٖ يَأۡتِي مِنۢ بَعۡدِي ٱسۡمُهُۥٓ أَحۡمَدُۖ فَلَمَّا جَآءَهُم بِٱلۡبَيِّنَٰتِ قَالُواْ هَٰذَا سِحۡرٞ مُّبِينٞ
และครั้นเมื่ออีซาบุตรแห่งมัรยัมกล่าวแก่วงศ์วานอิสรออีลว่า แท้จริงฉันเป็นทูตของอัลลอฮ์ยังพวกท่าน ในฐานะเป็นผู้ยืนยันสิ่งที่มีอยู่ก่อนหน้าฉันคือเตารอฮ์ และเป็นผู้แจ้งข่าวดีถึงศาสนทูตที่จะมาหลังจากฉัน นามของเขาคืออะห์มัด ครั้นเมื่อเขามายังพวกเขาพร้อมหลักฐานอันชัดแจ้ง พวกเขาก็กล่าวว่า นี้คือเวทมนตร์แท้ ๆ
يَٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ كُونُوٓاْ أَنصَارَ ٱللَّهِ كَمَا قَالَ عِيسَى ٱبۡنُ مَرۡيَمَ لِلۡحَوَارِيِّ‍ۧنَ مَنۡ أَنصَارِيٓ إِلَى ٱللَّهِۖ قَالَ ٱلۡحَوَارِيُّونَ نَحۡنُ أَنصَارُ ٱللَّهِۖ فَ‍َٔامَنَت طَّآئِفَةٞ مِّنۢ بَنِيٓ إِسۡرَٰٓءِيلَ وَكَفَرَت طَّآئِفَةٞۖ فَأَيَّدۡنَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ عَلَىٰ عَدُوِّهِمۡ فَأَصۡبَحُواْ ظَٰهِرِينَ
ผู้ศรัทธาทั้งหลาย จงเป็นผู้ช่วยเหลือของอัลลอฮ์ ดั่งที่อีซาบุตรแห่งมัรยัมกล่าวแก่บรรดาสาวก ว่า ผู้ใดจะเป็นผู้ช่วยเหลือฉันยังอัลลอฮ์ บรรดาสาวกกล่าวว่า พวกเราจะเป็นผู้ช่วยเหลือ (ในทาง) ของอัลลอฮ์ ดังนั้น หมู่หนึ่งจากวงศ์วานอิสรออีลได้ศรัทธา และอีกหมู่หนึ่งได้ปฏิเสธ เราจึงได้เสริมกำลังแก่บรรดาผู้ศรัทธาให้เหนือกว่าศัตรูของพวกเขา แล้วพวกเขาก็กลายเป็นผู้มีชัยชนะ

ซูเราะฮ์ที่ 66 التَّحْرِيم التحريم

وَمَرۡيَمَ ٱبۡنَتَ عِمۡرَٰنَ ٱلَّتِيٓ أَحۡصَنَتۡ فَرۡجَهَا فَنَفَخۡنَا فِيهِ مِن رُّوحِنَا وَصَدَّقَتۡ بِكَلِمَٰتِ رَبِّهَا وَكُتُبِهِۦ وَكَانَتۡ مِنَ ٱلۡقَٰنِتِينَ
และมัรยัมธิดาแห่งอิมรอน ผู้ซึ่งรักษาสิ่งพึงสงวนของนาง แล้วเราได้เป่าวิญญาณของเราในนั้น และนางเชื่อในพจนารถแห่งพระผู้อภิบาลของนางและคัมภีร์ต่าง ๆ ของพระองค์ และนางอยู่ในหมู่ผู้ภักดี