ข้ามไปยังเนื้อหา
สารบัญอัลกุรอาน ค้นอายะฮ์ตามหมวดหมู่
หัวข้อที่ 1877
العام

ปี

Year · 18 อายะฮ์ จาก 12 ซูเราะฮ์

กระจายอยู่ใน 12 ซูเราะฮ์

กดแท่งเพื่อดูเฉพาะซูเราะฮ์นั้น

ซูเราะฮ์ที่ 2 الْبَقَرَة البقرة

وَلَتَجِدَنَّهُمۡ أَحۡرَصَ ٱلنَّاسِ عَلَىٰ حَيَوٰةٖ وَمِنَ ٱلَّذِينَ أَشۡرَكُواْۚ يَوَدُّ أَحَدُهُمۡ لَوۡ يُعَمَّرُ أَلۡفَ سَنَةٖ وَمَا هُوَ بِمُزَحۡزِحِهِۦ مِنَ ٱلۡعَذَابِ أَن يُعَمَّرَۗ وَٱللَّهُ بَصِيرُۢ بِمَا يَعۡمَلُونَ
และแน่นอนเจ้าจะพบว่าพวกเขาเป็นผู้ปรารถนาการมีชีวิต (ยืนยาว) ที่สุด และยิ่งกว่าบรรดาผู้ตั้งภาคีเสียอีก พวกเขาแต่ละคนปรารถนาที่จะมีอายุยืนยาวถึงหนึ่งพันปี แต่การมีอายุยืนยาวนั้นหาได้ช่วยให้เขารอดพ้นจากการลงโทษไปได้ไม่ และอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงเห็นในสิ่งที่พวกเขากระทำ
۞وَٱلۡوَٰلِدَٰتُ يُرۡضِعۡنَ أَوۡلَٰدَهُنَّ حَوۡلَيۡنِ كَامِلَيۡنِۖ لِمَنۡ أَرَادَ أَن يُتِمَّ ٱلرَّضَاعَةَۚ وَعَلَى ٱلۡمَوۡلُودِ لَهُۥ رِزۡقُهُنَّ وَكِسۡوَتُهُنَّ بِٱلۡمَعۡرُوفِۚ لَا تُكَلَّفُ نَفۡسٌ إِلَّا وُسۡعَهَاۚ لَا تُضَآرَّ وَٰلِدَةُۢ بِوَلَدِهَا وَلَا مَوۡلُودٞ لَّهُۥ بِوَلَدِهِۦۚ وَعَلَى ٱلۡوَارِثِ مِثۡلُ ذَٰلِكَۗ فَإِنۡ أَرَادَا فِصَالًا عَن تَرَاضٖ مِّنۡهُمَا وَتَشَاوُرٖ فَلَا جُنَاحَ عَلَيۡهِمَاۗ وَإِنۡ أَرَدتُّمۡ أَن تَسۡتَرۡضِعُوٓاْ أَوۡلَٰدَكُمۡ فَلَا جُنَاحَ عَلَيۡكُمۡ إِذَا سَلَّمۡتُم مَّآ ءَاتَيۡتُم بِٱلۡمَعۡرُوفِۗ وَٱتَّقُواْ ٱللَّهَ وَٱعۡلَمُوٓاْ أَنَّ ٱللَّهَ بِمَا تَعۡمَلُونَ بَصِيرٞ
และเหล่ามารดาจะให้นมแก่บุตรทั้งหลายของพวกนางสองปีเต็มสำหรับผู้ประสงค์ให้นมครบถ้วน และหน้าที่ของบิดา คือ (จัดหา) ปัจจัยและเครื่องนุ่งห่มของพวกนางตามสมควร ชีวิตหนึ่งจะไม่ถูกรับภาระเว้นแต่ตามกำลังของมัน มารดาไม่ (ควร) ได้รับความทุกข์ (จากบิดาเด็ก) เนื่องด้วยบุตรของนาง และบิดาของเด็กไม่ (ควร) ได้รับ (ความทุกข์จากมารดาเด็ก) เนื่องด้วยบุตรของเขา และหน้าที่ของทายาท (ของบิดาเด็ก) คือเช่นเดียวกันนั้น แล้วถ้าทั้งสองประสงค์จะให้หย่านมโดยการยินยอมของทั้งสองและการปรึกษากันก็ไม่มีบาปใดแก่ทั้งสอง และถ้าพวกเจ้าประสงค์จะจัดหาแม่นมสำหรับบุตรของพวกเจ้า ก็ไม่มีบาปใดแก่พวกเจ้า เมื่อพวกเจ้ามอบ (ค่าเลี้ยงดู) ที่พวกเจ้าต้องให้ตามสมควรแล้ว และจงยำเกรงอัลลอฮ์ และจงรู้เถิดว่า อัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงเห็นสิ่งที่พวกเจ้ากระทำ
أَوۡ كَٱلَّذِي مَرَّ عَلَىٰ قَرۡيَةٖ وَهِيَ خَاوِيَةٌ عَلَىٰ عُرُوشِهَا قَالَ أَنَّىٰ يُحۡيِۦ هَٰذِهِ ٱللَّهُ بَعۡدَ مَوۡتِهَاۖ فَأَمَاتَهُ ٱللَّهُ مِاْئَةَ عَامٖ ثُمَّ بَعَثَهُۥۖ قَالَ كَمۡ لَبِثۡتَۖ قَالَ لَبِثۡتُ يَوۡمًا أَوۡ بَعۡضَ يَوۡمٖۖ قَالَ بَل لَّبِثۡتَ مِاْئَةَ عَامٖ فَٱنظُرۡ إِلَىٰ طَعَامِكَ وَشَرَابِكَ لَمۡ يَتَسَنَّهۡۖ وَٱنظُرۡ إِلَىٰ حِمَارِكَ وَلِنَجۡعَلَكَ ءَايَةٗ لِّلنَّاسِۖ وَٱنظُرۡ إِلَى ٱلۡعِظَامِ كَيۡفَ نُنشِزُهَا ثُمَّ نَكۡسُوهَا لَحۡمٗاۚ فَلَمَّا تَبَيَّنَ لَهُۥ قَالَ أَعۡلَمُ أَنَّ ٱللَّهَ عَلَىٰ كُلِّ شَيۡءٖ قَدِيرٞ
หรือเช่นผู้ที่ผ่านมายังเมืองหนึ่ง (เยรูซาเลม) โดยมันอยู่ในสภาพหลังคาของมันพังราบลงมา เขากล่าวว่า อัลลอฮ์จะทรงฟื้นฟู (เมือง) นี้ขึ้นได้เช่นใดหลังจากที่มันตายแล้ว แล้วอัลลอฮ์ทรงให้เขาตายไปหนึ่งร้อยปี จากนั้นจึงทรงชุบชีวิตเขาขึ้น พระองค์ตรัสว่า เจ้าพักอยู่นานเท่าใด? เขาทูลตอบว่า ฉันพักอยู่นานหนึ่งวันหรือไม่ถึงวัน พระองค์ตรัสว่า ทว่า เจ้าพักอยู่ถึงหนึ่งร้อยปี จงดูอาหารและเครื่องดื่มของเจ้าสิมันยังไม่บูดเลย และจงดูที่ลาของเจ้า (ที่เหลือเพียงกระดูก) และเพื่อเราจะทำให้เจ้าเป็นสัญญาณหนึ่งสำหรับมนุษย์ทั้งหลาย และจงดูที่กระดูก เราประกอบมันแล้วหุ้มมันด้วยเนื้อได้เช่นใด ครั้นเมื่อมันได้ประจักษ์แจ้งแก่เขาแล้ว เขากล่าวว่า ฉันตระหนักรู้ (แล้ว) ว่า อัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงปรีชาสามารถเหนือทุกสิ่ง

ซูเราะฮ์ที่ 9 التَّوْبَة التوبة

يَٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُوٓاْ إِنَّمَا ٱلۡمُشۡرِكُونَ نَجَسٞ فَلَا يَقۡرَبُواْ ٱلۡمَسۡجِدَ ٱلۡحَرَامَ بَعۡدَ عَامِهِمۡ هَٰذَاۚ وَإِنۡ خِفۡتُمۡ عَيۡلَةٗ فَسَوۡفَ يُغۡنِيكُمُ ٱللَّهُ مِن فَضۡلِهِۦٓ إِن شَآءَۚ إِنَّ ٱللَّهَ عَلِيمٌ حَكِيمٞ
ผู้ศรัทธาทั้งหลาย บรรดาผู้ตั้งภาคีนั้น (มีความเชื่อ) โสมม ดังนั้นจงอย่าให้พวกเขาเข้าใกล้มัสยิดอัลฮะรอมหลังจากปีนี้ของพวกเขา และถ้าพวกเจ้ากลัวความยากจน ในไม่ช้าอัลลอฮ์จะทรงทำให้พวกเจ้ามั่งคั่งจากความโปรดปรานของพระองค์ถ้าพระองค์ประสงค์ อัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงปรีชาญาณ
إِنَّمَا ٱلنَّسِيٓءُ زِيَادَةٞ فِي ٱلۡكُفۡرِۖ يُضَلُّ بِهِ ٱلَّذِينَ كَفَرُواْ يُحِلُّونَهُۥ عَامٗا وَيُحَرِّمُونَهُۥ عَامٗا لِّيُوَاطِ‍ُٔواْ عِدَّةَ مَا حَرَّمَ ٱللَّهُ فَيُحِلُّواْ مَا حَرَّمَ ٱللَّهُۚ زُيِّنَ لَهُمۡ سُوٓءُ أَعۡمَٰلِهِمۡۗ وَٱللَّهُ لَا يَهۡدِي ٱلۡقَوۡمَ ٱلۡكَٰفِرِينَ
แท้จริงการเลื่อนเวลา (เปลี่ยนแปลงเดือนต้องห้าม) เป็นเพียงการเพิ่มพูนในการปฏิเสธ บรรดาผู้ปฏิเสธถูกทำให้หลงผิดด้วยมัน พวกเขาทำมันให้เป็นที่อนุมัติปีหนึ่ง และทำให้มันเป็นที่ต้องห้ามปีหนึ่ง เพื่อให้พ้องกับจำนวนที่อัลลอฮ์ทรงห้ามไว้ ความเลวร้ายของการงานของพวกเขาถูกตกแต่งให้ดูสวยงามแก่พวกเขา และอัลลอฮ์ไม่ทรงนำทางหมู่ชนที่ปฏิเสธ

ซูเราะฮ์ที่ 10 يُوْنِس يونس

هُوَ ٱلَّذِي جَعَلَ ٱلشَّمۡسَ ضِيَآءٗ وَٱلۡقَمَرَ نُورٗا وَقَدَّرَهُۥ مَنَازِلَ لِتَعۡلَمُواْ عَدَدَ ٱلسِّنِينَ وَٱلۡحِسَابَۚ مَا خَلَقَ ٱللَّهُ ذَٰلِكَ إِلَّا بِٱلۡحَقِّۚ يُفَصِّلُ ٱلۡأٓيَٰتِ لِقَوۡمٖ يَعۡلَمُونَ
พระองค์เป็นผู้ที่ทำให้ดวงตะวันเป็นแสงสว่าง และให้ดวงเดือนเป็นแสงนวล และพระองค์ทรงกำหนดมันตามตำแหน่งต่าง ๆ เพื่อให้พวกเจ้ารู้จำนวนปีและการคำนวณ อัลลอฮ์มิได้ทรงสร้างเหล่านั้นเว้นแต่ด้วยความจริง พระองค์ทรงแจกแจงสัญญาณต่าง ๆ แก่หมู่ชนที่รู้

ซูเราะฮ์ที่ 12 يُوسُف يوسف

قَالَ تَزۡرَعُونَ سَبۡعَ سِنِينَ دَأَبٗا فَمَا حَصَدتُّمۡ فَذَرُوهُ فِي سُنۢبُلِهِۦٓ إِلَّا قَلِيلٗا مِّمَّا تَأۡكُلُونَ
เขากล่าวว่า พวกท่านจะเพาะปลูกเจ็ดปีติดต่อกัน สิ่งใดที่พวกท่านเก็บเกี่ยวได้ จงปล่อยไว้ในรวงของมัน เว้นแต่จำนวนน้อยที่พวกท่านใช้กิน
ثُمَّ يَأۡتِي مِنۢ بَعۡدِ ذَٰلِكَ عَامٞ فِيهِ يُغَاثُ ٱلنَّاسُ وَفِيهِ يَعۡصِرُونَ
แล้วหลังจากนั้นจะมาอีกปีหนึ่ง ซึ่งผู้คนทั้งหลายถูกช่วยเหลือ (ด้วยฝน) และในนั้นพวกเขาจะได้คั้นน้ำผลไม้

ซูเราะฮ์ที่ 17 الْإِسْرَاء الإسراء

وَجَعَلۡنَا ٱلَّيۡلَ وَٱلنَّهَارَ ءَايَتَيۡنِۖ فَمَحَوۡنَآ ءَايَةَ ٱلَّيۡلِ وَجَعَلۡنَآ ءَايَةَ ٱلنَّهَارِ مُبۡصِرَةٗ لِّتَبۡتَغُواْ فَضۡلٗا مِّن رَّبِّكُمۡ وَلِتَعۡلَمُواْ عَدَدَ ٱلسِّنِينَ وَٱلۡحِسَابَۚ وَكُلَّ شَيۡءٖ فَصَّلۡنَٰهُ تَفۡصِيلٗا
และเราทำให้กลางคืนและกลางวันเป็นสัญญาณ แล้วเราลบ (ทำให้มืด) สัญญาณกลางคืน และเราทำให้สัญญาณกลางวันทำให้เกิดการมองเห็น เพื่อพวกเจ้าจะได้แสวงหาความโปรดปรานจากพระผู้อภิบาลของพวกเจ้า และเพื่อพวกเจ้าจะได้รู้จำนวนปีและการคำนวณ และทุกสิ่งนั้นเราได้แจกแจงมันอย่างเพียงพอแล้ว

ซูเราะฮ์ที่ 18 الْكَهْف الكهف

ثُمَّ بَعَثۡنَٰهُمۡ لِنَعۡلَمَ أَيُّ ٱلۡحِزۡبَيۡنِ أَحۡصَىٰ لِمَا لَبِثُوٓاْ أَمَدٗا
จากนั้น เราได้ปลุกพวกเขาให้ฟื้นขึ้น เพื่อที่เราจะได้รู้ว่าผู้ใดในสองพวกนั้นที่นับระยะเวลาที่พวกเขาพำนักได้ถูกต้องกว่า
وَلَبِثُواْ فِي كَهۡفِهِمۡ ثَلَٰثَ مِاْئَةٖ سِنِينَ وَٱزۡدَادُواْ تِسۡعٗا
และพวกเขาได้พำนักอยู่ในถ้ำสามร้อยปี และเพิ่มอีกเก้า (ปี)
وَإِذۡ قَالَ مُوسَىٰ لِفَتَىٰهُ لَآ أَبۡرَحُ حَتَّىٰٓ أَبۡلُغَ مَجۡمَعَ ٱلۡبَحۡرَيۡنِ أَوۡ أَمۡضِيَ حُقُبٗا
และครั้นเมื่อมูซากล่าวแก่ (คนรับใช้) เด็กหนุ่มของเขา (ยูชะอฺ บินนูน) ว่า ฉันจะ (เดินทาง) ไปเรื่อย ๆ จนกว่า ฉันจะได้พบกับชุมทางสองทะเล หรือ (มิเช่นนั้น) ฉันก็จะเดินทางต่อไปอีกหลาย ๆ ปี

ซูเราะฮ์ที่ 22 الْحَجّ الحج

وَيَسۡتَعۡجِلُونَكَ بِٱلۡعَذَابِ وَلَن يُخۡلِفَ ٱللَّهُ وَعۡدَهُۥۚ وَإِنَّ يَوۡمًا عِندَ رَبِّكَ كَأَلۡفِ سَنَةٖ مِّمَّا تَعُدُّونَ
และพวกเขาเร่งเจ้าให้มีการลงโทษ แต่อัลลอฮ์ไม่ทรงผิดสัญญาของพระองค์ และแท้จริงหนึ่งวัน ณ ที่ของพระผู้อภิบาลของเจ้าเท่ากับหนึ่งพันปีตามการนับของพวกเจ้า

ซูเราะฮ์ที่ 26 الشُّعَرَاء الشعراء

أَفَرَءَيۡتَ إِن مَّتَّعۡنَٰهُمۡ سِنِينَ
เจ้าเห็นไหม ถ้าเราให้พวกเขารื่นเริงเป็นปี ๆ

ซูเราะฮ์ที่ 28 الْقَصَص القصص

قَالَ إِنِّيٓ أُرِيدُ أَنۡ أُنكِحَكَ إِحۡدَى ٱبۡنَتَيَّ هَٰتَيۡنِ عَلَىٰٓ أَن تَأۡجُرَنِي ثَمَٰنِيَ حِجَجٖۖ فَإِنۡ أَتۡمَمۡتَ عَشۡرٗا فَمِنۡ عِندِكَۖ وَمَآ أُرِيدُ أَنۡ أَشُقَّ عَلَيۡكَۚ سَتَجِدُنِيٓ إِن شَآءَ ٱللَّهُ مِنَ ٱلصَّٰلِحِينَ
เขากล่าวว่า แท้จริงฉันปรารถนาจะยกหนึ่งในลูกสาวทั้งสองนี้ของฉันแก่ท่าน โดยท่านจะต้องทำงานให้ฉันแปดปี แต่ถ้าท่านจะทำให้ครบสิบปี ก็ขึ้นอยู่ที่ท่าน และฉันไม่ปรารถนาทำความลำบากแก่ท่าน ถ้าอัลลอฮ์ทรงประสงค์ ท่านจะพบว่าฉันอยู่ในหมู่คนดี

ซูเราะฮ์ที่ 29 الْعَنْكَبُوت العنكبوت

وَلَقَدۡ أَرۡسَلۡنَا نُوحًا إِلَىٰ قَوۡمِهِۦ فَلَبِثَ فِيهِمۡ أَلۡفَ سَنَةٍ إِلَّا خَمۡسِينَ عَامٗا فَأَخَذَهُمُ ٱلطُّوفَانُ وَهُمۡ ظَٰلِمُونَ
และแน่นอน เราได้ส่งนูห์ไปยังหมู่ชนของเขา และเขาได้อยู่ร่วมกับพวกเขาหนึ่งพันปีเว้นห้าสิบปี แล้วน้ำท่วมได้คร่าพวกเขา โดยพวกเขาเป็นผู้อธรรม

ซูเราะฮ์ที่ 46 الْأَحْقَاف الأحقاف

وَوَصَّيۡنَا ٱلۡإِنسَٰنَ بِوَٰلِدَيۡهِ إِحۡسَٰنًاۖ حَمَلَتۡهُ أُمُّهُۥ كُرۡهٗا وَوَضَعَتۡهُ كُرۡهٗاۖ وَحَمۡلُهُۥ وَفِصَٰلُهُۥ ثَلَٰثُونَ شَهۡرًاۚ حَتَّىٰٓ إِذَا بَلَغَ أَشُدَّهُۥ وَبَلَغَ أَرۡبَعِينَ سَنَةٗ قَالَ رَبِّ أَوۡزِعۡنِيٓ أَنۡ أَشۡكُرَ نِعۡمَتَكَ ٱلَّتِيٓ أَنۡعَمۡتَ عَلَيَّ وَعَلَىٰ وَٰلِدَيَّ وَأَنۡ أَعۡمَلَ صَٰلِحٗا تَرۡضَىٰهُ وَأَصۡلِحۡ لِي فِي ذُرِّيَّتِيٓۖ إِنِّي تُبۡتُ إِلَيۡكَ وَإِنِّي مِنَ ٱلۡمُسۡلِمِينَ
และเราได้กำชับมนุษย์ให้ทำดีต่อบิดามารดาของเขา แม่ของเขาอุ้มท้องเขาด้วยความเหนื่อยยาก และคลอดเขาด้วยความเหนื่อยยาก และการอุ้มครรภ์เขาและการหย่านมเขาเป็นเวลาสามสิบเดือน จนเมื่อเขาบรรลุวัยฉกรรจ์ของเขาและอายุถึงสี่สิบปี เขากล่าวว่า โอ้ พระผู้อภิบาลของฉัน โปรดสอนฉันให้สนองคุณต่อสิ่งดีงามทั้งหลายของพระองค์ที่พระองค์ประทานแก่ฉันและแก่บิดามารดาของฉัน และให้ฉันทำความดีซึ่งพระองค์ทรงพอพระทัย และโปรดปรับปรุงแก้ไขลูกหลานของฉันแก่ฉัน แท้จริงฉันขอลุแก่โทษต่อพระองค์ และแท้จริงฉันอยู่ในหมู่ผู้นอบน้อม

ซูเราะฮ์ที่ 70 الْمَعَارِج المعارج

تَعۡرُجُ ٱلۡمَلَٰٓئِكَةُ وَٱلرُّوحُ إِلَيۡهِ فِي يَوۡمٖ كَانَ مِقۡدَارُهُۥ خَمۡسِينَ أَلۡفَ سَنَةٖ
บรรดามลาอิกะฮ์ และวิญญาณนั้น (ญิบรีล) จะขึ้นไปหาพระองค์ในวันหนึ่ง ซึ่งปริมาณของมันเท่ากับห้าหมื่นปี