ข้ามไปยังเนื้อหา
สารบัญอัลกุรอาน ค้นอายะฮ์ตามหมวดหมู่
หัวข้อที่ 1864
الحكمة

วิทยปัญญา

Wisdom · 113 อายะฮ์ จาก 45 ซูเราะฮ์

กระจายอยู่ใน 45 ซูเราะฮ์

กดแท่งเพื่อดูเฉพาะซูเราะฮ์นั้น

ซูเราะฮ์ที่ 2 الْبَقَرَة البقرة

قَالُواْ سُبۡحَٰنَكَ لَا عِلۡمَ لَنَآ إِلَّا مَا عَلَّمۡتَنَآۖ إِنَّكَ أَنتَ ٱلۡعَلِيمُ ٱلۡحَكِيمُ
พวกเขาทูลว่า มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่พระองค์ พวกเราไม่มีความรู้ใดเว้นแต่ที่พระองค์ทรงสอนเราเท่านั้น พระองค์นั้นต่างหาก คือผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงปรีชาญาณ
رَبَّنَا وَٱبۡعَثۡ فِيهِمۡ رَسُولٗا مِّنۡهُمۡ يَتۡلُواْ عَلَيۡهِمۡ ءَايَٰتِكَ وَيُعَلِّمُهُمُ ٱلۡكِتَٰبَ وَٱلۡحِكۡمَةَ وَيُزَكِّيهِمۡۖ إِنَّكَ أَنتَ ٱلۡعَزِيزُ ٱلۡحَكِيمُ
พระผู้อภิบาลของเรา! โปรดแต่งตั้งศาสนทูตขึ้นในหมู่ของพวกเขา (ให้) เขาสาธยายโองการต่าง ๆ ของพระองค์แก่พวกเขา และสอนพวกเขาถึงคัมภีร์และความมุ่งหมาย (แห่งคัมภีร์จากแบบฉบับของผู้เผยวจนะ) และขัดเกลาพวกเขา พระองค์นั้น ท่านเป็นผู้ทรงเดชานุภาพ ผู้ทรงปรีชาญาณ
كَمَآ أَرۡسَلۡنَا فِيكُمۡ رَسُولٗا مِّنكُمۡ يَتۡلُواْ عَلَيۡكُمۡ ءَايَٰتِنَا وَيُزَكِّيكُمۡ وَيُعَلِّمُكُمُ ٱلۡكِتَٰبَ وَٱلۡحِكۡمَةَ وَيُعَلِّمُكُم مَّا لَمۡ تَكُونُواْ تَعۡلَمُونَ
ดังที่เราได้ส่งศาสนทูตผู้หนึ่งจากหมู่พวกเจ้ามายังพวกเจ้า เขาสาธยายโองการต่าง ๆ ของเราแก่พวกเจ้า ขัดเกลาพวกเจ้า สอนคัมภีร์และความมุ่งหมาย (แห่งคัมภีร์จากแบบฉบับของผู้เผยวจนะ) และสอนพวกเจ้าในสิ่งที่พวกเจ้าไม่เคยรู้
فَإِن زَلَلۡتُم مِّنۢ بَعۡدِ مَا جَآءَتۡكُمُ ٱلۡبَيِّنَٰتُ فَٱعۡلَمُوٓاْ أَنَّ ٱللَّهَ عَزِيزٌ حَكِيمٌ
แต่ถ้าพวกเจ้าเพลี่ยงพล้ำหลังจากที่ได้มีหลักฐานอันชัดแจ้งต่าง ๆ มายังพวกเจ้าแล้ว ก็จงรู้เถิดว่า อัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงเดชานุภาพ ผู้ทรงปรีชาญาณ
فِي ٱلدُّنۡيَا وَٱلۡأٓخِرَةِۗ وَيَسۡ‍َٔلُونَكَ عَنِ ٱلۡيَتَٰمَىٰۖ قُلۡ إِصۡلَاحٞ لَّهُمۡ خَيۡرٞۖ وَإِن تُخَالِطُوهُمۡ فَإِخۡوَٰنُكُمۡۚ وَٱللَّهُ يَعۡلَمُ ٱلۡمُفۡسِدَ مِنَ ٱلۡمُصۡلِحِۚ وَلَوۡ شَآءَ ٱللَّهُ لَأَعۡنَتَكُمۡۚ إِنَّ ٱللَّهَ عَزِيزٌ حَكِيمٞ
(ถึงเรื่อง) ในโลกนี้และโลกสุดท้าย และเขาทั้งหลายถามเจ้าเกี่ยวกับเด็กกำพร้า จงกล่าวว่า การทำให้ (ความเป็นอยู่) พวกเขาดีขึ้นเป็นสิ่งดีเยี่ยม และถ้าพวกเจ้าจะอยู่ร่วมกับพวกเขา (พวกเขา) ก็เป็นพี่น้องของพวกเจ้า และอัลลอฮ์ทรงรู้ดีถึงผู้ก่อความเสียหายจากผู้ทำดี และมาตรว่าอัลลอฮ์ทรงประสงค์ แน่นอนพระองค์จะทรงทำให้พวกเจ้ายุ่งยาก (ไม่ให้อยู่ร่วม) ได้ อัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงเดชานุภาพ ผู้ทรงปรีชาญาณ
وَإِذَا طَلَّقۡتُمُ ٱلنِّسَآءَ فَبَلَغۡنَ أَجَلَهُنَّ فَأَمۡسِكُوهُنَّ بِمَعۡرُوفٍ أَوۡ سَرِّحُوهُنَّ بِمَعۡرُوفٖۚ وَلَا تُمۡسِكُوهُنَّ ضِرَارٗا لِّتَعۡتَدُواْۚ وَمَن يَفۡعَلۡ ذَٰلِكَ فَقَدۡ ظَلَمَ نَفۡسَهُۥۚ وَلَا تَتَّخِذُوٓاْ ءَايَٰتِ ٱللَّهِ هُزُوٗاۚ وَٱذۡكُرُواْ نِعۡمَتَ ٱللَّهِ عَلَيۡكُمۡ وَمَآ أَنزَلَ عَلَيۡكُم مِّنَ ٱلۡكِتَٰبِ وَٱلۡحِكۡمَةِ يَعِظُكُم بِهِۦۚ وَٱتَّقُواْ ٱللَّهَ وَٱعۡلَمُوٓاْ أَنَّ ٱللَّهَ بِكُلِّ شَيۡءٍ عَلِيمٞ
และเมื่อพวกเจ้าหย่าหญิง แล้วพวกนางอยู่ (ใกล้) ถึงกำหนดของพวกนางแล้ว ก็จงรั้งพวกนางให้อยู่โดยดี หรือจงปล่อยพวกนางไปโดยดี แต่จงอย่ารั้งพวกนางไว้เพื่อกลั่นแกล้งเพื่อพวกเจ้าจะได้ละเมิด (เอาของหมั้นของพวกนาง) และผู้ใดกระทำเช่นนั้น แน่นอนเขาได้ทำร้ายตนเอง และจงอย่ายึดเอาโองการของอัลลอฮ์เป็นข้อขบขัน และจงรำลึกถึงสิ่งดีงามของอัลลอฮ์ที่มีแก่พวกเจ้า และที่พระองค์ทรงประทานลงมาแก่พวกเจ้า ได้แก่คัมภีร์ และบทบัญญัติ (ที่มีอยู่ในคัมภีร์นั้น) พระองค์ทรงใช้มันตักเตือนพวกเจ้า และจงยำเกรงอัลลอฮ์ และจงรู้เถิดว่า อัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงรอบรู้ในทุกสิ่ง
وَٱلَّذِينَ يُتَوَفَّوۡنَ مِنكُمۡ وَيَذَرُونَ أَزۡوَٰجٗا وَصِيَّةٗ لِّأَزۡوَٰجِهِم مَّتَٰعًا إِلَى ٱلۡحَوۡلِ غَيۡرَ إِخۡرَاجٖۚ فَإِنۡ خَرَجۡنَ فَلَا جُنَاحَ عَلَيۡكُمۡ فِي مَا فَعَلۡنَ فِيٓ أَنفُسِهِنَّ مِن مَّعۡرُوفٖۗ وَٱللَّهُ عَزِيزٌ حَكِيمٞ
และบรรดาผู้ที่ (จวน) จะเสียชีวิตในหมู่พวกเจ้า และทิ้งคู่ครองไว้ จงให้มีพินัยกรรม เป็นสิ่งอำนวยประโยชน์แก่คู่ครองของพวกเขาถึงหนึ่งปีโดยไม่มีการ (บังคับ) ให้ออก แต่ถ้านางจะออกไป ก็ไม่เป็นบาปใดแก่พวกเจ้าในสิ่งที่พวกนางกระทำในส่วนตัวของพวกนางโดยชอบธรรม และอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงเดชานุภาพ ผู้ทรงปรีชาญาณ
فَهَزَمُوهُم بِإِذۡنِ ٱللَّهِ وَقَتَلَ دَاوُۥدُ جَالُوتَ وَءَاتَىٰهُ ٱللَّهُ ٱلۡمُلۡكَ وَٱلۡحِكۡمَةَ وَعَلَّمَهُۥ مِمَّا يَشَآءُۗ وَلَوۡلَا دَفۡعُ ٱللَّهِ ٱلنَّاسَ بَعۡضَهُم بِبَعۡضٖ لَّفَسَدَتِ ٱلۡأَرۡضُ وَلَٰكِنَّ ٱللَّهَ ذُو فَضۡلٍ عَلَى ٱلۡعَٰلَمِينَ
แล้วพวกเขา (*พวกของกษัตริย์ฏอลูต) ก็ปราบเขาทั้งหลาย (*พวกของญาลูต) ลงได้ด้วยอนุมัติของอัลลอฮ์ และดาวูดได้สังหารญาลูต และอัลลอฮ์ได้ทรงประทานอำนาจ (ขึ้นเป็นกษัตริย์) และความรู้แก่เขา และพระองค์ทรงสอนเขาตามที่พระองค์ทรงประสงค์ และมาตรว่ามิใช่เพราะอัลลอฮ์ผลักดันมนุษย์โดยให้บางคนผลักดันอีกบางคนแล้ว แน่นอนแผ่นดินย่อมเสียหาย แต่อัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระคุณต่อสากลโลก
وَإِذۡ قَالَ إِبۡرَٰهِ‍ۧمُ رَبِّ أَرِنِي كَيۡفَ تُحۡيِ ٱلۡمَوۡتَىٰۖ قَالَ أَوَ لَمۡ تُؤۡمِنۖ قَالَ بَلَىٰ وَلَٰكِن لِّيَطۡمَئِنَّ قَلۡبِيۖ قَالَ فَخُذۡ أَرۡبَعَةٗ مِّنَ ٱلطَّيۡرِ فَصُرۡهُنَّ إِلَيۡكَ ثُمَّ ٱجۡعَلۡ عَلَىٰ كُلِّ جَبَلٖ مِّنۡهُنَّ جُزۡءٗا ثُمَّ ٱدۡعُهُنَّ يَأۡتِينَكَ سَعۡيٗاۚ وَٱعۡلَمۡ أَنَّ ٱللَّهَ عَزِيزٌ حَكِيمٞ
และครั้นเมื่ออิบรอฮีมกล่าวว่า พระผู้อภิบาลของฉัน! โปรดแสดงแก่ฉันว่า พระองค์ทรงชุบชีวิตผู้ที่ตายแล้วเช่นใด? พระองค์ตรัสว่า เจ้าไม่เชื่อหรือ? อิบรอฮีมทูลว่า หามิได้ แต่เพื่อหัวใจของฉันได้สงบ พระองค์ตรัสว่า เจ้าจงนำนกมาสี่ตัว แล้วจงเลี้ยงพวกมันให้เชื่องกับเจ้า จากนั้นจงนำแต่ละชิ้นส่วนของพวกมัน (หลังจากที่ได้หั่นพวกมันเป็นชิ้น ๆแล้ว) ไปวางไว้บนเขาแต่ละลูก จากนั้นจงเรียกพวกมัน พวกมันจะ (ฟื้นขึ้นและบิน) มายังเจ้าอย่างเร่งรีบ และจงรู้เถิดว่า อัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงเดชานุภาพ ผู้ทรงปรีชาญาณ
يُؤۡتِي ٱلۡحِكۡمَةَ مَن يَشَآءُۚ وَمَن يُؤۡتَ ٱلۡحِكۡمَةَ فَقَدۡ أُوتِيَ خَيۡرٗا كَثِيرٗاۗ وَمَا يَذَّكَّرُ إِلَّآ أُوْلُواْ ٱلۡأَلۡبَٰبِ
พระองค์ทรงประทานวิทยปัญญา (* ฮิกมะฮ์ การใช้ปัญญาในทางที่ดี) แก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และผู้ใดได้รับวิทยปัญญา แน่นอนเขาได้รับความดีอันมากมาย และไม่มีผู้ใดขบคิดได้เว้นแต่บรรดาผู้มีสติปัญญา

ซูเราะฮ์ที่ 3 آلِ عِمْرَان آل عمران

هُوَ ٱلَّذِي يُصَوِّرُكُمۡ فِي ٱلۡأَرۡحَامِ كَيۡفَ يَشَآءُۚ لَآ إِلَٰهَ إِلَّا هُوَ ٱلۡعَزِيزُ ٱلۡحَكِيمُ
พระองค์คือผู้ทรงบันดาลรูปร่างพวกเจ้าขึ้นในมดลูกตามที่ทรงประสงค์ ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ ผู้ทรงเดชานุภาพ ผู้ทรงปรีชาญาณ
وَيُعَلِّمُهُ ٱلۡكِتَٰبَ وَٱلۡحِكۡمَةَ وَٱلتَّوۡرَىٰةَ وَٱلۡإِنجِيلَ
และพระองค์จะทรงสอนการเขียน วิทยปัญญา เตารอต และอินญีลแก่เขา
ذَٰلِكَ نَتۡلُوهُ عَلَيۡكَ مِنَ ٱلۡأٓيَٰتِ وَٱلذِّكۡرِ ٱلۡحَكِيمِ
นั่น เราสาธยายมันแก่เจ้า อันได้แก่ โองการต่าง ๆ และข้อเตือนใจอันเปี่ยมด้วยวิทยปัญญา
إِنَّ هَٰذَا لَهُوَ ٱلۡقَصَصُ ٱلۡحَقُّۚ وَمَا مِنۡ إِلَٰهٍ إِلَّا ٱللَّهُۚ وَإِنَّ ٱللَّهَ لَهُوَ ٱلۡعَزِيزُ ٱلۡحَكِيمُ
เรื่องนี้ แน่นอนเป็นเรื่องจริง และไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์ และอัลลอฮ์นั้น แน่นอนพระองค์เป็นผู้ทรงเดชานุภาพ ผู้ทรงปรีชาญาณ
وَإِذۡ أَخَذَ ٱللَّهُ مِيثَٰقَ ٱلنَّبِيِّ‍ۧنَ لَمَآ ءَاتَيۡتُكُم مِّن كِتَٰبٖ وَحِكۡمَةٖ ثُمَّ جَآءَكُمۡ رَسُولٞ مُّصَدِّقٞ لِّمَا مَعَكُمۡ لَتُؤۡمِنُنَّ بِهِۦ وَلَتَنصُرُنَّهُۥۚ قَالَ ءَأَقۡرَرۡتُمۡ وَأَخَذۡتُمۡ عَلَىٰ ذَٰلِكُمۡ إِصۡرِيۖ قَالُوٓاْ أَقۡرَرۡنَاۚ قَالَ فَٱشۡهَدُواْ وَأَنَا۠ مَعَكُم مِّنَ ٱلشَّٰهِدِينَ
และครั้นเมื่ออัลลอฮ์ทรงเอาพันธสัญญาจากบรรดาผู้เผยวจนะทั้งหลาย (โดยตรัสว่า) สิ่งใดก็ตามที่ข้าได้ให้แก่พวกเจ้าจากคัมภีร์และวิทยปัญญา แล้วต่อมามีศาสนทูตคนหนึ่งมายังพวกเจ้า เป็นผู้ยืนยันต่อสิ่งที่อยู่กับพวกเจ้า พวกเจ้าจะต้องศรัทธาในเขา และพวกเจ้าจะต้องช่วยเหลือเขา พระองค์ตรัสว่า พวกเจ้ายอมรับและรับเอาพันธะของข้าตามนั้นหรือไม่? พวกเขากล่าวว่า พวกเรายอมรับ พระองค์ตรัสว่า ดังนั้นจงเป็นพยานเถิด และข้าอยู่ในบรรดาผู้เป็นพยานร่วมกับพวกเจ้าด้วย
وَمَا جَعَلَهُ ٱللَّهُ إِلَّا بُشۡرَىٰ لَكُمۡ وَلِتَطۡمَئِنَّ قُلُوبُكُم بِهِۦۗ وَمَا ٱلنَّصۡرُ إِلَّا مِنۡ عِندِ ٱللَّهِ ٱلۡعَزِيزِ ٱلۡحَكِيمِ
และอัลลอฮ์ไม่ทรงทำมันเว้นแต่เพื่อเป็นข่าวดีแก่พวกเจ้า และเพื่อให้หัวใจของพวกเจ้าสงบลงด้วยมัน และไม่มีการช่วยเหลือใดเว้นแต่ มาจาก ณ ที่อัลลอฮ์ ผู้ทรงเดชานุภาพ ผู้ทรงปรีชาญาณ
لَقَدۡ مَنَّ ٱللَّهُ عَلَى ٱلۡمُؤۡمِنِينَ إِذۡ بَعَثَ فِيهِمۡ رَسُولٗا مِّنۡ أَنفُسِهِمۡ يَتۡلُواْ عَلَيۡهِمۡ ءَايَٰتِهِۦ وَيُزَكِّيهِمۡ وَيُعَلِّمُهُمُ ٱلۡكِتَٰبَ وَٱلۡحِكۡمَةَ وَإِن كَانُواْ مِن قَبۡلُ لَفِي ضَلَٰلٖ مُّبِينٍ
แน่นอนอัลลอฮ์ทรงให้ความโปรดปรานแก่บรรดาผู้ศรัทธา ครั้นเมื่อได้ทรงตั้งศาสนทูตหนึ่งขึ้นในหมู่พวกเขาจากคนของพวกเขาเอง เขาสาธยายโองการต่าง ๆ ของพระองค์แก่พวกเขา ขัดเกลาพวกเขา และสอนคัมภีร์และวิทยปัญญาแก่พวกเขา ทั้ง ๆ ที่แต่ก่อนพวกเขานั้น แน่นอนอยู่ในความหลงผิดอันชัดแจ้ง

ซูเราะฮ์ที่ 4 النِّسَاء النساء

يُوصِيكُمُ ٱللَّهُ فِيٓ أَوۡلَٰدِكُمۡۖ لِلذَّكَرِ مِثۡلُ حَظِّ ٱلۡأُنثَيَيۡنِۚ فَإِن كُنَّ نِسَآءٗ فَوۡقَ ٱثۡنَتَيۡنِ فَلَهُنَّ ثُلُثَا مَا تَرَكَۖ وَإِن كَانَتۡ وَٰحِدَةٗ فَلَهَا ٱلنِّصۡفُۚ وَلِأَبَوَيۡهِ لِكُلِّ وَٰحِدٖ مِّنۡهُمَا ٱلسُّدُسُ مِمَّا تَرَكَ إِن كَانَ لَهُۥ وَلَدٞۚ فَإِن لَّمۡ يَكُن لَّهُۥ وَلَدٞ وَوَرِثَهُۥٓ أَبَوَاهُ فَلِأُمِّهِ ٱلثُّلُثُۚ فَإِن كَانَ لَهُۥٓ إِخۡوَةٞ فَلِأُمِّهِ ٱلسُّدُسُۚ مِنۢ بَعۡدِ وَصِيَّةٖ يُوصِي بِهَآ أَوۡ دَيۡنٍۗ ءَابَآؤُكُمۡ وَأَبۡنَآؤُكُمۡ لَا تَدۡرُونَ أَيُّهُمۡ أَقۡرَبُ لَكُمۡ نَفۡعٗاۚ فَرِيضَةٗ مِّنَ ٱللَّهِۗ إِنَّ ٱللَّهَ كَانَ عَلِيمًا حَكِيمٗا
อัลลอฮ์ทรงสั่งพวกเจ้า เกี่ยวกับลูก ๆ ของพวกเจ้า (ลูก) ชายหนึ่งคนจะได้รับเท่ากับส่วนของ (ลูก) หญิงสองคน และถ้ามีหญิงเกินสองคน พวกนางจะได้รับสองในสามของ (มรดก) ที่เขาทิ้งไว้ แต่หากเป็นคนเดียว นางจะได้รับครึ่งหนึ่ง และพ่อแม่ของเขาแต่ละคนจะได้รับหนึ่งในหกจาก (มรดก) ที่เขาทิ้งไว้ถ้าเขา (ผู้ตาย) มีบุตรหลาน แต่ถ้าเขาไม่มีบุตรหลาน และมีพ่อแม่ของเขารับมรดกเขา แม่จะได้รับหนึ่งในสาม แล้วหากเขามีพี่น้องหลายคน แม่ของเขาจะได้รับหนึ่งในหก หลังจาก (จ่าย) พินัยกรรมที่เขาสั่งเสียไว้ หรือ (หลังจากชำระ) หนี้สิน พ่อของพวกเจ้าก็ดีและลูกของพวกเจ้าก็ดี พวกเจ้าไม่รู้หรอกว่าพวกเขาคนใดใกล้พวกเจ้ากว่าในทางคุณ เป็นบัญญัติจากอัลลอฮ์ อัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงปรีชาญาณ
إِنَّمَا ٱلتَّوۡبَةُ عَلَى ٱللَّهِ لِلَّذِينَ يَعۡمَلُونَ ٱلسُّوٓءَ بِجَهَٰلَةٖ ثُمَّ يَتُوبُونَ مِن قَرِيبٖ فَأُوْلَٰٓئِكَ يَتُوبُ ٱللَّهُ عَلَيۡهِمۡۗ وَكَانَ ٱللَّهُ عَلِيمًا حَكِيمٗا
การสำนึกผิดที่อัลลอฮ์ทรงรับนั้น เป็นเฉพาะสำหรับบรรดาผู้ที่กระทำความชั่วด้วยความเขลา (*คนที่ทำผิดทุกคนทำด้วยความเขลาทั้งสิ้น) แล้วพวกเขาสำนึกผิดในเวลาอันใกล้ ชนเหล่านั้นอัลลอฮ์จะทรงอภัยโทษให้แก่พวกเขา และอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงปรีชาญาณ
۞وَٱلۡمُحۡصَنَٰتُ مِنَ ٱلنِّسَآءِ إِلَّا مَا مَلَكَتۡ أَيۡمَٰنُكُمۡۖ كِتَٰبَ ٱللَّهِ عَلَيۡكُمۡۚ وَأُحِلَّ لَكُم مَّا وَرَآءَ ذَٰلِكُمۡ أَن تَبۡتَغُواْ بِأَمۡوَٰلِكُم مُّحۡصِنِينَ غَيۡرَ مُسَٰفِحِينَۚ فَمَا ٱسۡتَمۡتَعۡتُم بِهِۦ مِنۡهُنَّ فَ‍َٔاتُوهُنَّ أُجُورَهُنَّ فَرِيضَةٗۚ وَلَا جُنَاحَ عَلَيۡكُمۡ فِيمَا تَرَٰضَيۡتُم بِهِۦ مِنۢ بَعۡدِ ٱلۡفَرِيضَةِۚ إِنَّ ٱللَّهَ كَانَ عَلِيمًا حَكِيمٗا
และ (ถูกห้ามแก่พวกเจ้าอีก คือ) หญิงที่มีคู่ครองอยู่ เว้นแต่ที่มือขวาของพวกเจ้าครอบครอง (ทาสหญิงจากเชลยสงคราม) เป็นบัญญัติของอัลลอฮ์แก่พวกเจ้า และถูกอนุมัติแก่พวกเจ้านอกเหนือจากนั้นที่พวกเจ้าแสวงหาด้วยทรัพย์สินของพวกเจ้า ในฐานะเป็นผู้ครองตน (ไม่ให้ผิดประเวณี) มิใช่ผู้มั่วราคะ ดังนั้นหญิงใดที่พวกเจ้าแสวงหาการเสพสุขจากพวกนาง (ด้วยการแต่งงาน) จงให้รางวัล (ของหมั้น) ของพวกนางแก่พวกนาง ตามที่กำหนดไว้ และไม่เป็นบาปแก่พวกเจ้าใน (การเพิ่มหรือลดของหมั้น) ที่พวกเจ้าต่างพอใจกันหลังการกำหนด (ของหมั้น) นั้นแล้ว อัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงปรีชาญาณ
يُرِيدُ ٱللَّهُ لِيُبَيِّنَ لَكُمۡ وَيَهۡدِيَكُمۡ سُنَنَ ٱلَّذِينَ مِن قَبۡلِكُمۡ وَيَتُوبَ عَلَيۡكُمۡۗ وَٱللَّهُ عَلِيمٌ حَكِيمٞ
อัลลอฮ์ทรงปรารถนาให้กระจ่างแก่พวกเจ้า และแนะนำแนวทางต่าง ๆ ของบรรดา (ผู้เผยวจนะและคนดี) ที่อยู่ก่อนพวกเจ้าให้แก่พวกเจ้า และ (ทรงปรารถนา) ให้อภัยพวกเจ้า (เมื่อพวกเจ้ามาสู่การเชื่อฟัง) และอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงปรีชาญาณ
أَمۡ يَحۡسُدُونَ ٱلنَّاسَ عَلَىٰ مَآ ءَاتَىٰهُمُ ٱللَّهُ مِن فَضۡلِهِۦۖ فَقَدۡ ءَاتَيۡنَآ ءَالَ إِبۡرَٰهِيمَ ٱلۡكِتَٰبَ وَٱلۡحِكۡمَةَ وَءَاتَيۡنَٰهُم مُّلۡكًا عَظِيمٗا
หรือพวกเขาอิจฉาผู้คน ในสิ่งที่อัลลอฮ์ประทานแก่เขาทั้งหลายจากความโปรดปรานของพระองค์ แน่แท้เราได้ประทานคัมภีร์และความเข้าใจแก่วงศ์วานของอิบรอฮีม และเราได้ประทานอำนาจอันยิ่งใหญ่แก่พวกเขา
إِنَّ ٱلَّذِينَ كَفَرُواْ بِ‍َٔايَٰتِنَا سَوۡفَ نُصۡلِيهِمۡ نَارٗا كُلَّمَا نَضِجَتۡ جُلُودُهُم بَدَّلۡنَٰهُمۡ جُلُودًا غَيۡرَهَا لِيَذُوقُواْ ٱلۡعَذَابَۗ إِنَّ ٱللَّهَ كَانَ عَزِيزًا حَكِيمٗا
บรรดาผู้ปฏิเสธต่อโองการต่าง ๆ ของเรานั้น ในไม่ช้าเราจะนำพวกเขาไปเผาในไฟนรก ทุกครั้งที่ผิวหนังของพวกเขาสุก เราจะเปลี่ยนผิวหนังอื่นแก่พวกเขา เพื่อให้พวกเขาลิ้มรสการลงโทษ อัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงเดชานุภาพ ผู้ทรงปรีชาญาณ
وَمَا كَانَ لِمُؤۡمِنٍ أَن يَقۡتُلَ مُؤۡمِنًا إِلَّا خَطَ‍ٔٗاۚ وَمَن قَتَلَ مُؤۡمِنًا خَطَ‍ٔٗا فَتَحۡرِيرُ رَقَبَةٖ مُّؤۡمِنَةٖ وَدِيَةٞ مُّسَلَّمَةٌ إِلَىٰٓ أَهۡلِهِۦٓ إِلَّآ أَن يَصَّدَّقُواْۚ فَإِن كَانَ مِن قَوۡمٍ عَدُوّٖ لَّكُمۡ وَهُوَ مُؤۡمِنٞ فَتَحۡرِيرُ رَقَبَةٖ مُّؤۡمِنَةٖۖ وَإِن كَانَ مِن قَوۡمِۢ بَيۡنَكُمۡ وَبَيۡنَهُم مِّيثَٰقٞ فَدِيَةٞ مُّسَلَّمَةٌ إِلَىٰٓ أَهۡلِهِۦ وَتَحۡرِيرُ رَقَبَةٖ مُّؤۡمِنَةٖۖ فَمَن لَّمۡ يَجِدۡ فَصِيَامُ شَهۡرَيۡنِ مُتَتَابِعَيۡنِ تَوۡبَةٗ مِّنَ ٱللَّهِۗ وَكَانَ ٱللَّهُ عَلِيمًا حَكِيمٗا
และไม่พึงแก่ผู้ศรัทธาจะสังหารผู้ศรัทธาใด เว้นแต่โดยผิดพลาด และผู้ใดสังหารผู้ศรัทธาโดยผิดพลาด จงปล่อยทาสผู้ศรัทธาหนึ่งคน และให้มีค่าชดเชยที่มอบแก่ครอบครัวของเขา เว้นแต่พวกเขายกเป็นทาน และถ้าเขามาจากหมู่ชนที่เป็นศัตรูต่อพวกเจ้า และเขาเป็นผู้ศรัทธา จงปล่อยทาสผู้ศรัทธาหนึ่งคน และถ้าเขามาจากหมู่ชนที่ระหว่างพวกเจ้าและระหว่างพวกเขามีสนธิสัญญากัน จงให้มีค่าชดเชยที่มอบแก่ครอบครัวของเขา และจงปล่อยทาสผู้ศรัทธา แล้วผู้ใดหาไม่พบ จงถือศีลอดสองเดือนติดต่อกัน เป็นการให้อภัยโทษจากอัลลอฮ์ และอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงปรีชาญาณ
وَلَا تَهِنُواْ فِي ٱبۡتِغَآءِ ٱلۡقَوۡمِۖ إِن تَكُونُواْ تَأۡلَمُونَ فَإِنَّهُمۡ يَأۡلَمُونَ كَمَا تَأۡلَمُونَۖ وَتَرۡجُونَ مِنَ ٱللَّهِ مَا لَا يَرۡجُونَۗ وَكَانَ ٱللَّهُ عَلِيمًا حَكِيمًا
และพวกเจ้าจงอย่าท้อแท้ในการติดตามหมู่ชนพวกนั้น ถ้าพวกเจ้าเจ็บปวด พวกเขาเจ็บปวดเหมือนกับที่พวกเจ้าเจ็บปวด แต่พวกเจ้าหวังจากอัลลอฮ์ในสิ่งที่พวกเขาไม่หวัง และอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงปรีชาญาณ
وَمَن يَكۡسِبۡ إِثۡمٗا فَإِنَّمَا يَكۡسِبُهُۥ عَلَىٰ نَفۡسِهِۦۚ وَكَانَ ٱللَّهُ عَلِيمًا حَكِيمٗا
และผู้ใดขวนขวายการบาป อันที่จริงเขาขวนขวายมันให้แก่ตัวของเขาเอง และอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงปรีชาญาณ
وَلَوۡلَا فَضۡلُ ٱللَّهِ عَلَيۡكَ وَرَحۡمَتُهُۥ لَهَمَّت طَّآئِفَةٞ مِّنۡهُمۡ أَن يُضِلُّوكَ وَمَا يُضِلُّونَ إِلَّآ أَنفُسَهُمۡۖ وَمَا يَضُرُّونَكَ مِن شَيۡءٖۚ وَأَنزَلَ ٱللَّهُ عَلَيۡكَ ٱلۡكِتَٰبَ وَٱلۡحِكۡمَةَ وَعَلَّمَكَ مَا لَمۡ تَكُن تَعۡلَمُۚ وَكَانَ فَضۡلُ ٱللَّهِ عَلَيۡكَ عَظِيمٗا
และถ้ามิใช่เพราะความโปรดปรานและความเมตตาของอัลลอฮ์ที่มีต่อพวกเจ้า แน่นอนคนกลุ่มหนึ่งจากพวกเขามุ่งหมายทำให้เจ้าหลงผิด และพวกเขาไม่ได้ทำให้ (ผู้ใด) หลงผิดเว้นแต่ตัวของพวกเขาเอง และพวกเขาไม่อาจทำอันตรายใด ๆ แก่เจ้าได้ และอัลลอฮ์ประทานคัมภีร์และความมุ่งหมาย (*ความเข้าใจในคัมภีร์จากแบบฉบับของผู้เผยวจนะ) ลงมายังเจ้า และพระองค์ทรงสอนเจ้าในสิ่งที่เจ้าไม่เคยรู้ และความโปรดปรานของอัลลอฮ์ต่อเจ้านั้นใหญ่หลวงนัก
وَإِن يَتَفَرَّقَا يُغۡنِ ٱللَّهُ كُلّٗا مِّن سَعَتِهِۦۚ وَكَانَ ٱللَّهُ وَٰسِعًا حَكِيمٗا
และถ้าทั้งสองแยกทางกัน อัลลอฮ์จะให้ทั้งหมดร่ำรวยจากความไพศาลของพระองค์ และอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงไพศาล ผู้ทรงปรีชาญาณ
بَل رَّفَعَهُ ٱللَّهُ إِلَيۡهِۚ وَكَانَ ٱللَّهُ عَزِيزًا حَكِيمٗا
ทว่า อัลลอฮ์ทรงยกเขาสู่พระองค์ และอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงเดชานุภาพ ผู้ทรงปรีชาญาณ
رُّسُلٗا مُّبَشِّرِينَ وَمُنذِرِينَ لِئَلَّا يَكُونَ لِلنَّاسِ عَلَى ٱللَّهِ حُجَّةُۢ بَعۡدَ ٱلرُّسُلِۚ وَكَانَ ٱللَّهُ عَزِيزًا حَكِيمٗا
เป็นศาสนทูต ผู้แจ้งข่าวดี และเป็นผู้เตือน เพื่อมนุษย์จะได้ไม่มีข้อโต้แย้งใดต่ออัลลอฮ์หลังจากศาสนทูตเหล่านั้น (*ได้มายังพวกเขาแล้ว) และอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงเดชานุภาพ ผู้ทรงปรีชาญาณ
يَٰٓأَيُّهَا ٱلنَّاسُ قَدۡ جَآءَكُمُ ٱلرَّسُولُ بِٱلۡحَقِّ مِن رَّبِّكُمۡ فَ‍َٔامِنُواْ خَيۡرٗا لَّكُمۡۚ وَإِن تَكۡفُرُواْ فَإِنَّ لِلَّهِ مَا فِي ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَٱلۡأَرۡضِۚ وَكَانَ ٱللَّهُ عَلِيمًا حَكِيمٗا
โอ้ มนุษย์ทั้งหลาย แน่นอนได้มีศาสนทูตมายังพวกเจ้าแล้วด้วยสัจธรรมจากพระผู้อภิบาลของพวกเจ้า ดังนั้นพวกเจ้าจงศรัทธาเถิด เป็นการดีกว่าสำหรับพวกเจ้า และถ้าพวกเจ้าปฏิเสธ สิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินนั้นเป็นของอัลลอฮ์เท่านั้น และอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงปรีชาญาณ

ซูเราะฮ์ที่ 5 الْمَائِدَة المائدة

وَٱلسَّارِقُ وَٱلسَّارِقَةُ فَٱقۡطَعُوٓاْ أَيۡدِيَهُمَا جَزَآءَۢ بِمَا كَسَبَا نَكَٰلٗا مِّنَ ٱللَّهِۗ وَٱللَّهُ عَزِيزٌ حَكِيمٞ
และผู้ขโมยชายและผู้ขโมยหญิงนั้น พวกเจ้าจงตัดมือของทั้งสอง เพื่อตอบแทนในสิ่งที่เขาทั้งสองขวนขวายไว้ เพื่อเป็นเยี่ยงอย่างการลงโทษจากอัลลอฮ์ และอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงเดชานุภาพ ผู้ทรงปรีชาญาณ
إِذۡ قَالَ ٱللَّهُ يَٰعِيسَى ٱبۡنَ مَرۡيَمَ ٱذۡكُرۡ نِعۡمَتِي عَلَيۡكَ وَعَلَىٰ وَٰلِدَتِكَ إِذۡ أَيَّدتُّكَ بِرُوحِ ٱلۡقُدُسِ تُكَلِّمُ ٱلنَّاسَ فِي ٱلۡمَهۡدِ وَكَهۡلٗاۖ وَإِذۡ عَلَّمۡتُكَ ٱلۡكِتَٰبَ وَٱلۡحِكۡمَةَ وَٱلتَّوۡرَىٰةَ وَٱلۡإِنجِيلَۖ وَإِذۡ تَخۡلُقُ مِنَ ٱلطِّينِ كَهَيۡ‍َٔةِ ٱلطَّيۡرِ بِإِذۡنِي فَتَنفُخُ فِيهَا فَتَكُونُ طَيۡرَۢا بِإِذۡنِيۖ وَتُبۡرِئُ ٱلۡأَكۡمَهَ وَٱلۡأَبۡرَصَ بِإِذۡنِيۖ وَإِذۡ تُخۡرِجُ ٱلۡمَوۡتَىٰ بِإِذۡنِيۖ وَإِذۡ كَفَفۡتُ بَنِيٓ إِسۡرَٰٓءِيلَ عَنكَ إِذۡ جِئۡتَهُم بِٱلۡبَيِّنَٰتِ فَقَالَ ٱلَّذِينَ كَفَرُواْ مِنۡهُمۡ إِنۡ هَٰذَآ إِلَّا سِحۡرٞ مُّبِينٞ
ครั้นเมื่ออัลลอฮ์ตรัสว่า โอ้ อีซาบุตรแห่งมัรยัม จงรำลึกถึงความโปรดปรานของฉันต่อเจ้า และต่อแม่ของเจ้า ครั้นเมื่อเราได้หนุนเจ้าด้วยวิญญาณบริสุทธิ์ เจ้าสนทนากับคนทั้งหลายใน (ยามเป็นเด็กนอน) เปลและยามเป็นผู้ใหญ่ และครั้นเมื่อฉันสอนคัมภีร์ วิทยปัญญา เตารอต และอินญีลแก่เจ้า และครั้นเมื่อเจ้าปั้นจากดินเหมือนดั่งรูปนกด้วยอนุมัติของฉัน และเจ้าเป่ามัน แล้วมันได้กลายเป็นนก (จริงๆ) ด้วยอนุมัติของฉัน และเจ้ารักษาคนตาบอดแต่กำเนิด และคนเป็นโรคผิวหนังด้วยอนุมัติของฉัน และครั้นเมื่อเจ้าทำให้คนตายออกมา (จากหลุมศพ) ด้วยอนุมัติของฉัน และครั้นเมื่อฉันได้เบน (แผนการสังหารของ) วงศ์วานอิสรออีลไปจากเจ้าเมื่อเจ้านำหลักฐานอันชัดแจ้งมายังพวกเขา แล้วบรรดาผู้ปฏิเสธในหมู่พวกเขากล่าวว่า นี่มิใช่อื่นใดเว้นแต่เป็นเวทมนตร์อันชัดแจ้ง
إِن تُعَذِّبۡهُمۡ فَإِنَّهُمۡ عِبَادُكَۖ وَإِن تَغۡفِرۡ لَهُمۡ فَإِنَّكَ أَنتَ ٱلۡعَزِيزُ ٱلۡحَكِيمُ
ถ้าพระองค์จะลงโทษพวกเขา พวกเขาเป็นบ่าวของพระองค์ และถ้าพระองค์จะทรงอภัยแก่พวกเขา พระองค์นั้น คือผู้ทรงเดชานุภาพ ผู้ทรงปรีชาญาณ

ซูเราะฮ์ที่ 6 الْأَنْعَام الأنعام

وَهُوَ ٱلۡقَاهِرُ فَوۡقَ عِبَادِهِۦۚ وَهُوَ ٱلۡحَكِيمُ ٱلۡخَبِيرُ
และพระองค์เป็นผู้ทรงควบคุมเหนือบ่าวทั้งหลายของพระองค์ และพระองค์เป็นผู้ทรงปรีชาญาณ ผู้ทรงเชี่ยวชาญ
وَهُوَ ٱلَّذِي خَلَقَ ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَٱلۡأَرۡضَ بِٱلۡحَقِّۖ وَيَوۡمَ يَقُولُ كُن فَيَكُونُۚ قَوۡلُهُ ٱلۡحَقُّۚ وَلَهُ ٱلۡمُلۡكُ يَوۡمَ يُنفَخُ فِي ٱلصُّورِۚ عَٰلِمُ ٱلۡغَيۡبِ وَٱلشَّهَٰدَةِۚ وَهُوَ ٱلۡحَكِيمُ ٱلۡخَبِيرُ
และพระองค์เป็นผู้ที่สร้างชั้นฟ้าและแผ่นดินด้วยความจริง และวันที่พระองค์ตรัสว่า จงเป็นแล้วมันก็เป็นขึ้น ดำรัสของพระองค์คือสัจธรรม และอำนาจทั้งปวงเป็นของพระองค์ในวันที่จะมีการเป่าในที่เป่า ผู้ทรงรอบรู้ในสิ่งเร้นลับและสิ่งเปิดเผย และพระองค์เป็นผู้ทรงปรีชาสามารถ ผู้ทรงเชี่ยวชาญ
وَتِلۡكَ حُجَّتُنَآ ءَاتَيۡنَٰهَآ إِبۡرَٰهِيمَ عَلَىٰ قَوۡمِهِۦۚ نَرۡفَعُ دَرَجَٰتٖ مَّن نَّشَآءُۗ إِنَّ رَبَّكَ حَكِيمٌ عَلِيمٞ
และนั่นคือ ข้อพิสูจน์ของเรา เราได้ให้มันแก่อิบรอฮีมเหนือหมู่ชนของเขา เรายกผู้ที่เราประสงค์ขึ้นหลายขั้น แท้จริงพระผู้อภิบาลของเจ้านั้นเป็นผู้ทรงปรีชาญาณ ผู้ทรงรอบรู้
وَيَوۡمَ يَحۡشُرُهُمۡ جَمِيعٗا يَٰمَعۡشَرَ ٱلۡجِنِّ قَدِ ٱسۡتَكۡثَرۡتُم مِّنَ ٱلۡإِنسِۖ وَقَالَ أَوۡلِيَآؤُهُم مِّنَ ٱلۡإِنسِ رَبَّنَا ٱسۡتَمۡتَعَ بَعۡضُنَا بِبَعۡضٖ وَبَلَغۡنَآ أَجَلَنَا ٱلَّذِيٓ أَجَّلۡتَ لَنَاۚ قَالَ ٱلنَّارُ مَثۡوَىٰكُمۡ خَٰلِدِينَ فِيهَآ إِلَّا مَا شَآءَ ٱللَّهُۗ إِنَّ رَبَّكَ حَكِيمٌ عَلِيمٞ
และวันที่พระองค์ทรงชุมนุมพวกเขาอย่างพร้อมเพรียงกัน หมู่ญินทั้งหลายเอ๋ย แท้จริงพวกเจ้าได้ทำกับมนุษย์ (ให้หลงผิด) ไว้มาก และบรรดาสหายของพวกเขาจากมนุษย์กล่าวว่า พวกเราบางคนต่างหาความเพลิดเพลินจากอีกบางคน และพวกเราได้ถึงวาระกำหนดของพวกเราที่พระองค์ทรงกำหนดไว้แก่พวกเรา พระองค์ตรัสว่า ไฟนรกคือที่พำนักของพวกเจ้า เป็นผู้อยู่ถาวรในนั้น เว้นแต่ตามที่อัลลอฮ์ทรงประสงค์ แท้จริงพระผู้อภิบาลของเจ้าเป็นผู้ทรงปรีชาญาณ ผู้ทรงรอบรู้
وَقَالُواْ مَا فِي بُطُونِ هَٰذِهِ ٱلۡأَنۡعَٰمِ خَالِصَةٞ لِّذُكُورِنَا وَمُحَرَّمٌ عَلَىٰٓ أَزۡوَٰجِنَاۖ وَإِن يَكُن مَّيۡتَةٗ فَهُمۡ فِيهِ شُرَكَآءُۚ سَيَجۡزِيهِمۡ وَصۡفَهُمۡۚ إِنَّهُۥ حَكِيمٌ عَلِيمٞ
และพวกเขากล่าวว่า สิ่งที่อยู่ในท้องของปศุสัตว์เหล่านี้ เป็น (สิ่งอนุญาต) เฉพาะสำหรับบรรดาชายของพวกเรา และเป็นที่ต้องห้ามแก่บรรดาภรรยาของพวกเรา และถ้ามัน (เกิดมา) ตายพวกเขาทั้งหลายมีส่วนร่วมใน (การบริโภค) มัน พระองค์จะทรงตอบแทนพวกเขาจากการพรรณนาของพวกเขา พระองค์นั้นเป็นผู้ทรงปรีชาญาณ ผู้ทรงรอบรู้

ซูเราะฮ์ที่ 8 الْأَنْفَال الأنفال

وَمَا جَعَلَهُ ٱللَّهُ إِلَّا بُشۡرَىٰ وَلِتَطۡمَئِنَّ بِهِۦ قُلُوبُكُمۡۚ وَمَا ٱلنَّصۡرُ إِلَّا مِنۡ عِندِ ٱللَّهِۚ إِنَّ ٱللَّهَ عَزِيزٌ حَكِيمٌ
และอัลลอฮ์ไม่ทรงทำมันเว้นแต่เพื่อเป็นข่าวดี และเพื่อให้หัวใจของพวกเจ้าสงบ และไม่มีการช่วยเหลือเว้นแต่จาก ณ ที่อัลลอฮ์ อัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงเดชานุภาพ ผู้ทรงปรีชาญาณ